จะแพ้ไม่ได้ มิเช่นั้นจะเสียเกียรติให้ฐานะองครักษ์อวี้หลินและตระกูลขุนนางของตน
ฉู๋ฮว๋ายเหมี่ยนลุกขึ้นมองไปยังลานประลอง นี่มันคือสิ่งที่เขาใฝ่ฝัน!
เฟิ้งจี้สิงที่นั่งอยู่บนเก้าอี้รับชมเอ่ยขึ้น “ด้วยเกียรติแห่งแซ่ฉู๋ของเจ้า หากเจ้าใช้ดัชนีดาวตก เจ้าจะมีโอกาสเอาชนะเจิ้งฟางได้ ทว่าหากเจ้าไม่ใช้มันเจ้าต้องพ่ายแพ้อย่างแน่นอน เพราะข้าได้ยินมาว่าเจิ้งฟางใช้โอสถฝันคืนสู่สูงสุดจนบรรลุของเขตนภาขั้นสองได้แล้ว ทั้งยังได้รับการฝึกฝนโดยตรงจากเจิ้งอี้ฝาน เลือกเอาแล้วกันว่าเจ้าอยากแพ้หรือชนะ!”
ฉู๋ฮว๋ายเหมี่ยนเอ่ยขึ้นอย่างมั่นใจ “ข้าต้องชนะเท่านั้น!”
“เยี่ยม!”
บนอัฒจันทร์ฝั่งจวนเสินโหว เจิ้งอี้ฝานหรี่ตาและเอ่ยขึ้น “ฟางเอ้อ…ฝั่งตรงข้ามคือฉู๋ฮว๋ายเหมี่ยน อย่าได้ประมาทเป็นอันขาด เจ้านั่นมีวิชาดัชนีดาวตกอันแข็งแกร่งอยู่ พลังอันมหาศาลนั่นสามารถทำลายเกราะปราณได้ในพริบตา ยิ่งตอนนี้มันบรรลุขอบเขตนภาขั้นสองแล้ว หากสู้ด้วยกำลังไม่ได้ก็ต้องใช้เลห์เหลี่ยม!”
“ขอรับท่านพ่อ”
เจิ้งฟางกระชับกระบี่ในมือและยิ้มรับ “มั่นใจได้เลยขอรับ บุตรชายผู้นี้จะกำจัดไอ้เศษสวะนั่น และทำให้ท่านพี่ได้รู้ว่ามันไม่คู่ควรจะได้เป็นเขยตระกูลเจิ้ง!”
เจิ้งเซียงขมวดคิ้ว สีหน้าเรียบนิ่งเอ่ยขึ้นเบาๆ “จงระวังตัวน้องชายข้า”
เจิ้งฟางเลือกที่จะไม่เอ่ยตอบสิ่งใด เพราะเขารู้ความหมายที่ซ่อนอยู่ในคำพูดของเจิ้งเซียงดี
………………………