้ารอบสิบอันแรกในการประลองยุทธ์เท่านั้น”
“ด้วยผนึกจิ้งจอกอัคนีระดับเจ็ด ท่านจะได้เข้ารอบสิบอันดับแรกอย่างแน่นอน คุณชายถังมิต้องเป็นกังวล ฮ่าๆ…”
หลิงเฟิงที่ยืนอยู่ไม่ไกลรู้สึกกังวลเล็กน้อย “การประลองยุทธ์ปีนี้ไม่ง่ายนัก ต้องรอดูว่าจะได้พบกับใครในรอบถัดไป หากต้องเจอกับเฟิงจี้สิง ฉินเหลย ฉู่ฮว๋ายเหมี่ยน และหลินมู่อวี่ คงเป็นการยากที่จะเอาชนะ ท่านอ๋องน้อยเจิ้งฟางคิดว่าอย่างไรขอรับ?”
เจิ้งฟางมีสีหน้ามุ่งมั่น “แค่พยายามให้ดีที่สุด แพ้หรือชนะก็ให้สวรรค์เป็นผู้ตัดสิน!”
“ฮ่าๆ ท่านอ๋องน้อยมีพลังยุทธ์ที่แข็งแกร่ง ทว่าเมื่อครั้งที่เป็นใต้เท้าในวิหาร ท่านได้ประลองดาบกับหลินมู่อวี่ ซึ่งผลออกมาเสมอกัน ดูเหมือนว่าหลินมู่อวี่จะมีทักษะอยู่บ้าง”
เจิ้งฟางเป็นผู้ที่เจ็บช้ำจากการพ่ายแพ้ครานั้น คำพูดของหลิงเฟิงจึงทำให้สีหน้าเจิ้งฟางเปลี่ยนทันที เขาพลันกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา “หลินมู่อวี่ผู้นั้น…ก็เป็นเพียงขยะที่รู้วิธีฉกฉวยผลประโยชน์จากโอกาส คอยดูเถิด!”
“ฮ่าๆ แน่นอน ข้าจะตั้งตอรอดูเลย! จริงสิ ได้ยินมาว่าพี่สาวอ๋องน้อยเป็นสาวงามอันดับสามของเมืองหลวง และนางก็มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับฉู่ฮว๋ายเหมี่ยนแห่งองครักษ์รักษาพระองค์เมื่อเร็วๆ นี้ ดูเหมือนว่าจวนเสินโหวจะให้ค่ากับสถานะองครักษ์อวี้หลินเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องเอาชนะให้ได้?” หลิงเฟิงยิ้มเยาะ
เจิ้งฟางเลือดขึ้นหน้าและชักกระบี่ออกมาครึ่งหนึ่งทันทีพร้อมคำรามลั่น “ห