ลิงเฟิง! หากเจ้าพูดมากอีก คิดหรือว่าท่านพ่อจะไม่ตัดลิ้นเจ้า? ฉู่ฮว๋ายเหมี่ยนผู้ไม่มีหัวนอนปลายเท้า คนธรรมดาไม่มีบรรดาศักดิ์เช่นนั้นจะคู่ควรกับพี่สาวข้าได้เยี่ยงไร? พี่สาวข้าเพียงตาบอดไปชั่วขณะ ไม่นานคงตระหนักได้ว่าฉู่ฮว๋ายเหมี่ยนไม่คู่ควรกับนาง!”
“เช่นนั้นรึ?”
หลิงเฟิงประสานมือขณะที่หัวเราะ “ข้าได้พูดผิดไป หวังว่าท่านอ๋องน้อยจะให้อภัย”
“ฮึ่ม!”
ขณะที่เจิ้งฟาง หลิงเฟิง ถังปิน และคนอื่นๆ กำลัง ‘คุยกันอย่างสนุกสนาน’ พวกฉู่ฮว๋ายเหมี่ยนก็แอบฟังจากระยะไกล เสียงของกลุ่มเจิ้งฟางดังมากจนยากที่จะทำเป็นหูทวนลม เฟิงจี้สิงพูดขึ้นขณะที่กำลังทำความสะอาดดาบสะบั้นวาโย “จวนเสินโหว จวนเจิ้นกั๋ว และจวนฮู้กั๋วมักแอบต่อสู้กันอย่างลับๆ ในเมืองหลวง หาได้ยากที่จะเห็นพวกเขาคุยกันเช่นนี้ ช่างตีสองหน้ากันเก่งยิ่งนัก!”
จากนั้นเฟิงจี้สิงก็เงยหน้ามองฉู่ฮว๋ายเหมี่ยน “เจ้าเด็กนี่ ชอบเจิ้งเซียงจริงๆ หรือ?”
ฉู่ฮว๋ายเหมี่ยนตะลึง “คุณหนูเจิ้งเซียงเป็นผู้มีความพรสวรรค์และงดงาม นางสามารถทำให้หัวใจของฉู่มีความสุข แน่นอนว่ามันต้องเป็นความรัก ผู้บัญชาการเฟิงจะต่อต้านพวกเราหรือ? แม้ข้าจะพูดไปเช่นนี้…แต่ก็รู้ว่าจะต้องนำปัญหามาให้เป็นแน่”
เฟิงจี้สิงยิ้ม “ทุกคนมีชีวิตเดียวและแสนสั้น ไม่ง่ายเลยที่จะพบกับหญิงสาวผู้ทำให้หัวใจของเจ้ามีความสุข ในเมื่อชอบนาง ก็ต้องไล่ตามนางอย่างกล้าหาญ ข้าในฐานะสหายจะคอยสนับสนุนเจ้าเสมอ ทว่าความสัมพั