อินเอ่ยถาม “เว่ยโฉว เหตุใดพี่ใหญ่อาอวี่ของข้าจึงได้รับบาดเจ็บ?”
เว่ยโฉวตะลึง หลินมู่อวี่ส่งสายตาเป็นนัยมิให้พูดสิ่งใด เว่ยโฉวจึงตอบว่า “ทูลฝ่าบาท…ท่านหลินมู่อวี่ได้รับบาดเจ็บเมื่อคราที่ล่ามังกรนภาพ่ะย่ะค่ะ ไม่เพียงเท่านั้น เรายังสูญเสียองครักษ์รักษาพระองค์นามว่าฮันเช่าอีกด้วยพ่ะย่ะค่ะ…”
“เช่นนั้นหรือ…” ริมฝีปากฉินอินสั่นเล็กน้อยและดวงตาเต็มไปด้วยความเจ็บปวด “นี่ก็ปลายปีแล้ว ป่าล่ามังกรถูกปิดตายด้วยหิมะ รังอินทรีมิควรถูกส่งไปลาดตระเวนอีก ผู้ใดเป็นคนออกคำสั่งนี้หรือ?”
เว่ยโฉวตกตะลึง “กระหม่อมมิกล้าพูด…”
ทันใดนั้นเฉอชงเสนาธิการแห่งตำหนักเจ๋อเทียนเหงื่อแตกพลั่ก รีบเข้ามาคุกเข่าประสานมือ “ฝ่าบาท…เป็นคำสั่งของกระหม่อมเอง…อาวุโสผู้นี้สมควรตาย! ขอประทานอภัยฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ!”
“เสนาธิการเฉอชง?”
ฉินอินเลิกพระขนง “ท่านได้ออกคำสั่งใดแก่รังอินทรี?”
“ก่อนเหมันตฤดูจะสิ้นสุด พวกเขาต้องค้นหาศิลาวิญญาณอรุณอายุกว่าหกพันปีพ่ะย่ะค่ะ…”
“นี่คือสาเหตุที่ทำให้ท่านหลินมู่อวี่ต้องบาดเจ็บอย่างนั้นหรือ?” ฉินอินทรงกริ้วเล็กน้อย “เฉอชง ท่านเป็นเสนาธิการแห่งตำหนักเจ๋อเทียน มิเข้าใจหรือว่าชีวิตขององครักษ์อวี้หลินนั้นสำคัญเพียงใด? เสด็จพ่อเคยตรัสแล้วว่าไม่สามารถส่งองครักษ์อวี้หลินไปตามหาศิลาวิญญาณที่มีอายุมากกว่าหกพันปีได้ มิเช่นนั้นจะเท่ากับส่งพวกเขาไปตาย!”
ร่างกายเฉอชงสั่นเทิ้มขณะที่กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “ฝ่าบ