าท ผู้อาวุโสทราบดี ทว่า…องค์จักรพรรดิทรงเชิญนักตีเหล็กชื่อดังอวี่จื้อหยานมาหลอมอาวุธศักดิ์สิทธิ์ธาตุแสงให้แก่ฝ่าบาท ด้วยเหตุนี้กระหม่อมจึงต้องออกคำสั่งกับรังอินทรี กระหม่อมขอประทานอภัยเป็นอย่างสูงที่กระทำผิดไปพ่ะย่ะค่ะ”
ฉินอินย่นจมูกอย่างไม่พอใจ ก่อนจะกล่าวด้วยเสียงแผ่วเบา “จะไม่มีครั้งต่อไปอีก อย่างน้อย…ท่านไม่สามารถสร้างปัญหาให้แก่หลินมู่อวี่ได้อีก มิเช่นนั้นท่านจะพ้นจากการเป็นเสนาธิการแห่งตำหนักเจ๋อเทียน”
“ขอบพระทัยฝ่าบาท!”
ขณะเดียวกันอวี่จื้อหยานผู้มีใบหน้าคมคายก็เดินผ่านมา เขาประสานมือโค้งคำนับ “ฝ่าบาท กระหม่อมมีนามว่าอวี่จื้อหยาน บุตรคนโตตระกูลขุนนางช่างตีเหล็กอวี่จื้อแห่งมณฑลเทียนชู่ ครานี้องค์จักรพรรดิทรงเชิญกระหม่อมเข้าเมืองหลวงเพื่อหลอมกระบี่นิลขั้นสี่ขึ้นไปถวายแก่ฝ่าบาท หากสามารถประทับรอยยิ้มบนพระพักตร์ฝ่าบาทได้ แม้จักต้องตายเป็นหมื่นครั้งข้าก็ยอมพ่ะย่ะค่ะ!”
ฉินอินได้รับการขนานนามว่าเป็นหญิงสาวผู้เลอโฉมที่สุดในจักรวรรดิตั้งแต่ย่างเข้าอายุสิบหก ทั่วทั้งปฐพีต่างก็รู้ถึงตำนานความงดงามของนาง ดังนั้นทายาทตระกูลขุนนางมณฑลต่างๆ จึงอดไม่ได้ที่จะชื่นชมรัชทายาทแห่งจักรวรรดิ แม้ว่าตระกูลอวี่จื้อจะมีชื่อเสียงและอำนาจในมณฑลเทียนชู่ ทว่าอวี่จื้อหยานจำต้องพึ่งพาความสามารถในการหลอมอาวุธเพื่อให้ได้เข้าใกล้ฉินอิน
เมื่อเผชิญหน้ากับอวี่จื้อหยานที่เคารพ ฉินอินจึงเผยท่าทีสง่างามเฉกเช่นองค์หญิ