ี่จื้อหยาน เราพบศิลาวิญญาณแล้ว ในที่สุดท่านก็จะได้หลอมอาวุธศักดิ์สิทธิ์ให้องค์หญิงอินเสียที!”
หนึ่งในกลุ่มนั้นมีชายอายุราวสามสิบท่าทางมีพิรุธลุกขึ้นมา ก่อนจะคว้าเอาศิลาในมือหลินมู่อวี่ไปดูและเอ่ยขึ้น “ศิลาวิญญาณอรุณอายุหกพันห้าร้อยปี…ด้วยสมบัติล้ำค่านี้ ข้าจะหลอมอาวุธที่ทำให้ช่างหลอมทั้งเมืองต้องอับอาย และเมื่อองค์หญิงพอพระทัยข้าก็จะได้รับการยกย่อง!”
หลินมู่อวี่ยืนขึ้นพร้อมกับไหล่ที่เต็มไปด้วยผ้าพันแผล
เว่ยโฉวขมวดคิ้วก่อนจะหันมากระซิบกับหลินมู่อวี่ “อวี่จื้อหยานผู้นี้ไม่ได้ปรายตามองท่านเลยสักนิด ช่างไร้มารยาทเสียจริง!”
หลินมู่อวี่กล่าวตอบ “ช่างเถิด เดี๋ยวเราก็กลับแล้ว”
“ขอรับ…”
ทว่าทันใดนั้นเสียงของขันทีด้านนอกก็ดังขึ้น “องค์หญิงอินเสด็จ!”
หลินมู่อวี่ยิ้ม “เสี่ยวอินช่างหูตาไวเสียจริง…”
เว่ยโฉวเห็นด้วย “ข้าก็ว่าเช่นนั้นขอรับ แต่คงไม่แปลกเพราะท่านออกจากเมืองไปตั้งห้าวัน…”
………………