ช่วยชีวิตไว้
อาหารมื้อเช้าอันเลิศรสคือสตูเนื้อสูงเทวา อสูรร้ายกาจที่อยู่ด้านบนของห่วงโซ่อาหาร วันนี้ต้องกลายมาเป็นอาหารเสียเอง…น่าสมเพชนัก
หลังจากสวาปามอาหารอันโอชะแล้วก็ตามด้วยเหล้าอุ่นๆ เพื่อกระตุ้นร่างกายก่อนออกเดินทาง
พวกหลินมู่อวี่เร่งเดินทางเต็มกำลัง กระทั่งกลับถึงเมืองหลันเยี่ยนตอนบ่ายอย่างที่คาดไว้
หลินมู่อวี่ตรงเข้าตำหนักเจ๋อเทียนเพื่อส่งภารกิจขณะที่เว่ยโฉวและคนอื่นๆ ตามหลังไปเพื่อรายงานเกี่ยวกับการตายของฮันเช่า องครักษ์เข้ารายงานแก่องค์จักรพรรดิทีละคน เนื่องจากการตายระหว่างหน้าที่ในเป็นเรื่องสำคัญยิ่งจึงต้องถูกสอบสวนโดยสารวัตรทหารพร้อมกับพยานในที่เกิดเหตุ
กองทัพม้าเข้ามาหยุดอยู่ตรงโถงด้านข้างตำหนักเจ๋อเทียนที่เฉอชงกำลังเพลิดเพลินกับไวน์ชั้นดีอยู่ หลินมู่อวี่ประสานมือคำนับอยู่ด้านนอก “ท่านเฉอชง หน่วยองครักษ์อินทรีขอส่งภารกิจ เราหาศิลาวิญญาณอรุณอายุหกพันปีมาให้ได้แล้วขอรับ”
“อะไรกัน เหตุใดจึงรวดเร็วเช่นนี้?”
เฉอชงลุกขึ้นปาดคราบไวน์ที่ปาก ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้ม “ท่านหลินมู่อวี่เข้ามาได้!”
หลินมู่อวี่ถือห่อผ้าสีดำที่รองศิลาวิญญาณอันเปล่งประกายเข้าไป “สำหรับหนังและส่วนอื่นๆ ข้าจะจัดเตรียมไว้ให้เมื่อกลับถึงรังอินทรี ตอนนี้ข้าเพียงแวะเอาสิ่งนี้มาให้ขอรับ”
“เยี่ยมมาก คงเหนื่อยแย่เลยสิท่านผู้บัญชาการ!”
เฉอชงยิ้มกริ่มและหันไปคุยกับกลุ่มคนที่กำลังดื่มไวน์กันอยู่ด้านหลังตน “ท่านอว