และจิตวิญญาณเองก็แทบสลายแล้วขอรับ” เซี่ยโหวซางเอ่ยขึ้นพลางชักดาบออก “ท่านขอรับ…เราควรจะสังหารมังกรนภาหมื่นปีตนนี้เสีย ในเมื่อเราพรากลูกมันไปแล้วคงจะปล่อยมันทิ้งไว้เช่นนี้ไม่ได้ขอรับ”
หลินมู่อวี่รู้ตัวว่าไม่ควรแสดงความสงสารออกมา ทว่าเขาก็พยักหน้าเห็นด้วยกับเซี่ยโหวซาง “อย่าให้นางเจ็บปวดก็แล้วกัน”
“เชื่อมือข้า!”
เซี่ยโหวซางกระโดดไปยังร่างของมังกรนภา ใช้เท้าเหยียบที่หัวของมันขณะเดียวกันสองมือกระชับดาบแน่นฟันซ้ำตรงแผลลำคอของนางอสูร…
“ฉับ!”
เสียงโหยหวนน่าเวทนาของมังกรนภาดังกึกก้องพร้อมกับเลือดที่พุ่งกระฉูด…มันยังไม่ตาย เซี่ยโหวซางจึงตวัดดาบอีกครั้งเพื่อสะบั้นคอของมันจนขาด เพียงพริบตามังกรนภาตัวเมียก็สิ้นใจลง แสงวิญญาณสายฟ้าลอยค่อยๆ ออกมากลางอากาศ
“วิญญาณอสูรหมื่นปี!” เว่ยโฉวตะโกนขึ้น “ท่านผู้บัญชาการยังไม่บรรลุขอบเขตนภาขั้นหนึ่งมิใช่หรือ? เช่นนั้นท่านควรหลอมรวมจิตวิญญาณมังกรนภาตนนี้นะขอรับ วิญญาณของอสูรหมื่นปีนั้นล้ำค่ามาก เป็นสมบัติในฝันที่ใครหลายคนต้องการ!”
หลินมู่อวี่พยักหน้า การฝึกฝนที่ผ่านนั้นทำให้พลังเขาเพิ่มขึ้นอย่างมาก ทว่าก็ใกล้จะอิ่มตัวแล้วเช่นกัน หลินมู่อวี่รู้ตัวว่าใกล้ถึงจุดที่จะบรรลุไปขั้นต่อไปแล้ว ขาดเพียงสิ่งกระตุ้นเท่านั้น ในเมื่อโอกาสมาอยู่ตรงหน้าแล้วเขาจึงต้องคว้ามันไว้ แม้วิญญาณมังกรนภาหมื่นปีจะเป็นธาตุอรุณ แต่ก็มีธาตุอัสนีผสมอยู่ด้วย ซึ่งเหมาะกับพลังยุทธ์ของหลินมู่อ