่งไม่คาดฝันเกิดขึ้นกับหลินมู่อวี่ ตนในฐานะผู้ใต้บังคับบัญชาจึงอาสาเข้าไปก่อน
ทว่าหลินมู่อวี่กลับส่ายหัวปฏิเสธและกระชับกระบี่ย่างเข้าไปโดยไม่ฟังความเห็นใดอีก กลิ่นเหม็นเน่าทวีความแรงขึ้น ทางเดินถ้ำเป็นทางลาดลงไปพร้อมกับหิมะที่เริ่มละลายเป็นน้ำทำให้พื้นลื่นมาก ทันทีที่เข้าไปได้สิบเมตรหลินมู่อวี่ก็ได้ยินเสียงครางเบาๆ ของอสูรที่อยู่ด้านใน
หลินมู่อวี่ชักกระบี่วิญญาณมังกรออกมา อาวุธปราชญ์ปล่อยเปลวเพลิงลุกโชดช่วงส่องสว่างจนเห็นสภาพแวดล้อมโดยรอบ
ณ ปลายทางเดินถ้ำปรากฏมังกรนภาตัวหนึ่งกำลังหลับใหลอยู่บนกองหญ้าและกิ่งไม้แห้ง บริเวณลำคอมีคราบเลือดปกคลุมอยู่แสดงให้เห็นว่ามันกำลังบาดเจ็บ ซึ่งดูแล้วคงไม่มีแรงต่อสู้เป็นแน่ อสูรมังกรลืมตาขึ้นมองหลินมู่อวี่อย่างช้าๆ และครางเสียงทุ้มออกมา
“นั่นมัน…”
เมื่อมาถึงจุดที่หลินมู่อวี่อยู่เว่ยโฉวก็เอ่ยขึ้นด้วยความตกใจ “นั่นมันมังกรนภาตัวเมียมิใช่หรือขอรับ บางทีอสูรตนนี้คงเป็นแม่ของตัวที่เราสังหารไป…ทั้งยังเป็นมังกรภาหมื่นปีที่จำศีลภาวนาล้มเหลว!”
หลินมู่อวี่เองก็คิดเช่นเดียวกัน มังกรตัวเมียนี้มีลายบนหัวเก้าเส้นชัดเจน…ทว่าเส้นที่สิบนั้นดูเลือนราง ประหนึ่งว่าถูกบางสิ่งรบกวนขณะจำศีลภาวนา แต่ด้วยรอยเลือดที่ปรากฏคงไม่ต้องเดาให้เสียเวลา…ระหว่างการวิวัฒนาการเข้าสู่ร่างมังกรที่แท้จริงอสูรตนนี้ถูกโจมตีอย่างรุนแรงจนต้องประสบกับโชคชะตาอันทรมานเช่นนี้
“อสูรตนนี้บาดเจ็บหนัก