รอบครัวเราจะรับประทานอาหารเพื่อเฉลิมฉลองการกลับมารวมตัวกันอีกครั้ง อาวี่จำไว้นะว่าต้องกลับมารับประทานอาหารร่วมกันทุกวันหยุด มิเช่นนั้นโต๊ะตัวใหญ่นี้คงมีเพียงพ่อและเสี่ยวอิน…เจ้าก็รู้ว่าเสี่ยวอินชอบความครึกครื้น”
หัวใจหลินมู่อวี่พลันรู้สึกอบอุ่น “เข้าใจแล้วขอรับเสด็จพ่อ”
“นั่งและรอสักครู่เถิด จริงสิ เสี่ยวอินไปอุ่นไวน์ที วันนี้อากาศหนาว ดื่มไวน์เย็นๆ คงไม่ดีต่อกระเพาะ”
“เพคะ เสด็จพ่อ!”
วิธีอุ่นไวน์ของจักรวรรดินั้นง่ายมาก ฉินอินเพียงวางขวดไวน์ไว้ในหม้อทองคำ ก่อนจะเติมน้ำร้อนลงไป และปล่อยให้มันอุ่นขึ้นก็เป็นอันใช้ได้
หลินมู่อวี่ไม่ได้นั่งลง ทว่าเดินออกไปนอกโถงและพูดกลับกลุ่มเว่ยโฉวว่า “ข้าจะทานอาหารในตำหนักวันนี้ พวกเจ้าควรกลับไปรังอินทรีเพื่อทานอาหาร หากดึกเกินไปหน่วยวิญญาณอัคนีจะปิดเสียก่อน”
เว่ยโฉวเผยยิ้มจางๆ “มิเป็นไรขอรับ ข้าจะรอท่านและเฝ้าระวังอยู่ที่นี่เอง”
“อืม ตกลง”
หลินมู่อวี่พยักหน้าและเข้าใจความคิดของเว่ยโฉวดี เขาเป็นราชบุตรบุญธรรมของจักรพรรดิและยังเป็นสหายกับเฟิงจี้สิง ฉินเหลย และฉินอิน ซึ่งทำให้เว่ยโฉวกลายเป็นเสี้ยนหนามของเสินโหวเจิ้งอี้ฝานเช่นกัน หากเดินทางกลับคนเดียวอาจตกอยู่ในเงื้อมมือของเจิ้งอี้ฝาน แม้หลินมู่อวี่ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเจิ้งอี้ฝาน ทว่าหากเว่ยโฉวและองครักษ์นายอื่นๆ อยู่กับเขา ก็อาจต่อกรกับเจิ้งอี้ฝานได้ กระนั้นพวกเขาก็มั่นใจว่าจะหนีออกมาได้โดยไม่ได้รับบาดเจ