เทียบได้ไม่ แม้แต่หอสดับพิรุณก็มิได้ด้อยไปกว่าเลย หลินมู่อวี่พึงพอใจกับอาหารมื้อนี้มาก และค่อยๆ ลดกำแพงในใจลง สุดท้ายฉินจิ้นและฉินอินก็กลายเป็นครอบครัวใหม่สำหรับเขา
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเพียงใด หลินมู่อวี่รู้สึกหนักหัวเล็กน้อย เนื่องจากเริ่มเมาและอิ่มท้อง เขาพยายามรักษาภาพลักษณ์ที่น่าเคารพไว้ อีกทั้งไม่สามารถแสดงท่าทางบ้าคลั่งต่อหน้าฉินจิ้น กระนั้นฉินจิ้นก็เป็นถึงผู้ปกครองที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในแผ่นดินนี้ คงจะไม่เหมาะสมหากเผลอล่วงเกินไป
หากมีคนนับถือ เขาก็จะนับถือคนผู้นั้นยิ่งกว่า นั่นเป็นนิสัยของหลินมู่อวี่
…
“อาอวี่ เจ้าจะเข้าร่วมการประลองยุทธ์ด้วยหรือไม่?” ฉินจิ้นเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม
“ขอรับ…”
หลินมู่อวี่รู้สึกมึนเมาเล็กน้อยจึงวางมือลงบนโต๊ะ “เมื่อครั้งที่พบเสี่ยวอินก่อนหน้า นางก็สนับสนุนให้ข้าเข้าร่วมการประลองยุทธ์ และขณะนี้ข้าก็เป็นองครักษ์รักษาพระองค์แล้ว คงไม่มีเหตุผลที่จะไม่เข้าร่วม ทว่า…ผู้ที่ได้รับอันดับต้นๆ จะได้รับยศตำแหน่งใช่หรือไม่ขอรับ?”
ฉินจิ้นทรงพระสรวล “แน่นอน การประลองยุทธ์จัดขึ้นทุกสามปี และเป็นเส้นทางไปสู่การเป็นผู้บัญชาการแห่งจักรวรรดิ แปดอันดับแรกจะได้รับการเสนอชื่อเป็นผู้บัญชาการ สามอันดับแรกจะได้ชีวิตตามปรารถนา และผู้ที่ได้อันดับแรก…จะได้รับเหรียญตรามังกรทอง!”
พูดจบฉินจิ้นก็ลุกขึ้นไปหยิบหีบล้ำค่าจากตู้สีทองด้านหลัง ก่อนจะเปิดและหยิบเหรียญตรารูปมังกรสีทองออกมา “นี่คือ