ผงาดของเราเป็นกลุ่มที่มีเกียรติและยุติธรรมใช่หรือไม่ขอรับ?”
หลินมู่อวี่มองหน้าเฟิงสี่ก่อนจะเอ่ยตอบด้วยสีหน้าและน้ำเสียงจริงจัง “เจ้าต้องถามตัวเอง…เฟิงสี่ หากเจ้ามีคุณธรรมในใจกลุ่มมังกรผงาดก็จะเป็นกลุ่มที่ชอบธรรม และหากสมาชิกทุกคนมีสิ่งนั้นเช่นเดียวกัน รับรองว่ากลุ่มของเราจะไม่เหมือนทหารรับจ้างขยะที่เข่นฆ่าผู้บริสุทธิ์เป็นแน่”
“ขอรับ”
เฟิงสี่พยักหน้าแววตาเปี่ยมด้วยความหวัง “ข้าเข้าใจแล้วนายท่าน”
“ต่อเมื่อไปถึงภูเขาผามังกรแล้ว เจ้าต้องช่วยข้าคัดสมาชิกใจทรามที่เห็นการฆ่าคนเป็นเรื่องสนุกออก เราจะให้เงินพวกนั้นจำนวนหนึ่งแล้วค่อยไล่ไป กลุ่มมังกรผงาดเราไม่ต้อนรับคนชั่ว”
“รับทราบแล้วขอรับ!”
หลินมู่อวี่กลับมาถึงภูเขาผามังกรในช่วงบ่าย หลัวอวี่ที่ทราบข่าวเรื่องหลินมู่อวี่จึงลงไปต้อนรับที่ตีนเขา
เฟิงสี่นำขบวนขึ้นเขาด้วยท่าทีจริงจัง เมื่อสายตาเหลือบไปเห็นลั่วเจี้ยนก็หัวเราะและเอ่ยขึ้น “ได้สวมชุดของมังกรผงาดแล้วเช่นนี้ แสดงว่าชีวิตคงสุขสบายไม่น้อยสิท่ารองหัวหน้าลั่วเจี้ยน?”
ลั่วเจี้ยนหน้าซีด “หัวหน้า…ข้า…ข้าไม่มีทางเลือก…”
“อย่างนั้นรึ?”
เฟิงสี่ควบม้าต่อไปและไม่สนใจลั่วเจี้ยนอีก
หลินมู่อวี่และหลัวอวี่มองหน้ากัน ดูเหมือนว่าการรวมกลุ่มมังกรผงาดกับหมาป่าเพลิงเข้าด้วยกันจะเป็นปัญหาใหญ่เสียแล้ว หากไม่จัดการให้ดีหมาป่าเพลิงอาจก่อจลาจลได้ในภายหลัง
อาหารถูกจัดสำรับให้ในยามบ่ายเหมือนเช่นเคย เป็นสำรับง่าย