ๆ ไม่ต่างจากของทหารทั่วไป ทว่ามันกลับพิเศษสำหรับหลินมู่อวี่ ในแต่ละมื้อจะประกอบไปด้วยพายสองสามชิ้นและซุปเนื้อซึ่งทุกคนจะได้ทานเนื้อทุกสามวัน หลินมู่อวี่ถือชามซุปนั่งทานข้างหลัวอวี่ที่กำลังเพลิดเพลินกับพายรสดี
เฟิงสี่ถือชามซุปมานั่งข้างหลินมู่อวี่ด้วย พลางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงไม่สู้ดี “ท่าน…นี่เราต้องทานแบบนี้กันทุกมื้อเลยหรือขอรับ? กลุ่มมังกรผงาดกำลังขัดสนหรือ? เหตุใดอาหารจึงร่อยหรอเช่นนี้?”
หลินมู่อวี่ยิ้มตอบ “เฟิงสี่ นี่เป็นอาหารทั่วไปที่องครักษ์อวี้หลินแห่งเมืองหลันเยี่ยนทาน กลุ่มมังกรผงาดเองก็ทานเช่นเดียวกัน กลุ่มของเราไม่ใช่โจรที่จะได้ปล้นฆ่าเพื่อสิ่งที่ต้องการ คิดเสียว่ายอมอดในวันนี้แล้วจะได้สบายในวันหน้า ยิ่งเจอความทรหดมากเท่าไร เราก็ยิ่งแข็งแกร่งขึ้น””
“ขอรับ”
เฟิงสี่มองหลินมู่อวี่อย่างนับถือ หลังจากซดซุปเนื้อจนหมดจึงเอ่ยขึ้น “พอได้ฟังท่านพูดเช่นนี้แล้ว ซุปนี่ก็รสชาติไม่เลวเลยขอรับ”
หลินมู่อวี่กับหลัวอวี่หัวเราะลั่น
เฟิงสี่เอ่ยถามทั้งที่ปากยังเคี้ยวอยู่ “วรยุทธ์ท่านอยู่ระดับเท่าไรหรือท่านหลัวอวี่?”
“ขอบเขตนภาระดับหกสิบ” หลัวอวี่วางพายในมือก่อนจะตอบ
“ขอบเขตนภา…”
เฟิงสี่กล่าวด้วยสีหน้าหดหู่ “ท่านหลัวอวี่ผู้เป็นหนึ่งในรองผู้บัญชาการทั้งยังเป็นยอดฝีมือขอบเขตนภา ส่วนข้า…เฟิงสี่ผู้ต่ำต้อย ฝีมือยังไม่บรรลุขอบเขตปฐพีด้วยซ้ำ เห้อ…ข้าไม่คู่ควรกับตำแหน่งรองผู้บัญชาการจริงๆ”
หลัวอวี่ยิ้ม