ูรายการทั้งหมดแล้วพยักหน้าเห็นด้วย “อืม…ชัดเจนดี แล้วจะใช้เกณฑ์ใดเป็นตัวชี้วัดเล่า?”
หลัวอวี่คำนับ “ในการเลื่อนขั้นเราจะวัดจากคุณความดีที่ทำขอรับ การให้รางวัลและการลงโทษที่เห็นได้อย่างชัดเจนนี้จะช่วยกระตุ้นทุกคนได้ ซึ่งในตอนนี้จากการคัดเลือกของข้าแล้วเฟิงสี่ เราได้หัวหน้าหน่วยมังกรมาสองคนแล้วขอรับ เมื่อทหารทำผลงานได้เราก็จะมอบตำแหน่งให้…จากนี้แค่รอให้ใครสักคนได้เลื่อนขั้นมาเป็นหัวหน้าหน่วยพยัคฆ์และหมาป่าขอรับ!”
“ข้าเห็นเห็นด้วย…เริ่มใช้การได้เลย” หลินมู่อวี่พยักหน้า
เฟิงสี่มองหน้าหลัวอวี่ด้วยแววตาแห่งความนับถือ “ท่านหลัวอวี่เองก็ไม่ได้เติบใหญ่มาในตระกูลทหารใด แต่ดูท่านช่ำชองกับการบัญชาการกองทพอย่างมาก ข้าชักสงสัยเสียแล้วว่าท่านไปเรียนรู้เรื่องเหล่านี้มาจากที่ใด?”
หลัวอวี่ตอบกลับด้วยสีหน้าขวยเขิน “ข้ามิได้จะปกปิดอันใด อันที่จริงแม้ข้าจะไม่ได้โตมาในตระกูลใหญ่ และครอบครัวข้าก็อบจนมาก ถึงกระนั้นบรรพบุรุษข้าก็เคยเป็นถึงนายพลรุ่นที่สองแห่งจวนบัลลังก์เมฆอันเลื่องชื่อ!”
“จวนบัลลังก์เมฆหรือ?!”
เฟิงสี่ตกใจ “บรรพบุรุษที่ว่าคือ…อันดับสองจากหกสิบสี่ยอดนักรบแห่งบัลลังก์เมฆ หลัวทงไห๋?!”
“ถูกต้อง”
หลัวอวี่พยักหน้าตอบ “ทว่าช่างน่าเสียดาย…นอกจากลูกหลานอย่างเราจะไม่มีพรสวรรค์สร้างชื่อแล้ว ยังจะสร้างความเสื่อมเสียให้แก่บรรพบุรุษอีก ยิ่งพูดยิ่งน่าละอาย”
หลินมู่อวี่เมื่อได้ฟังเรื่องทั้งหมดแล้วจึงยิ้ม “ไ