ม่จำเป็นต้องกังวลไป คนเรามีโอกาสให้แก้ตัวเสมอ!”
หลัวอวี่เอ่ยถามหลินมู่อวี่ด้วยแววตาแห่งความหวัง “ท่านขอรับ ข้ามีเรื่องอยากจะถามท่านสักข้อ”
“ว่ามาเถิด”
“กลุ่มมังกรผงาดของเราจะเป็นเพียงทหารรับจ้างเช่นนี้ต่อไป…หรือเราจะได้มีโอกาสต่อสู้เพื่อราชวงศ์ฉินด้วยขอรับ?”
หลินมู่อวี่สูดหายใจลึก “หากมีใครต้องการความช่วยเหลือกลุ่มมังกรผงาดของเราก็จะยื่นมือเข้าไปช่วย นี่คือเหตุผลที่ข้าก่อตั้งกลุ่มขึ้นมา ทำใจให้สบายเถิดหลัวอวี่ ตราบที่เจ้ายังยึดมั่นต่อไป สักวันคงมีโอกาสได้รับใช้จักรวรรดิและตามรอยบรรพบุรุษเจ้า”
หลัวอวี่กลัวสั่นเทาด้วยความซาบซึ้งพลางคำนับหลินมู่อวี่ “ข้าจะขอติดตามท่านตลอดไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่ขอรับ!”
หลินมู่อวี่พยักหน้ารับอย่างพึงพอใจ เขาเข้าใจกฎความเป็นไปของโลกนี้ดี และกำลังค่อยๆ เรียนรู้เส้นทางการไปสู่ผู้ปกครองที่ยิ่งใหญ่ ดังเช่นหลัวอวี่ที่ต้องการโอกาสเพื่อแสดงความสามารถและขึ้นเป็นนายพล กับเฟิงสี่ที่ต้องการคนที่เขาไว้ใจช่วยพาเขาไปสู่จุดหมายได้ ซึ่งหลินมู่อวี่เป็นคนช่วยเปิดทางให้ทั้งคู่ได้เรียนรู้และไขว่คว้าในสิ่งที่โหยหาจึงไม่ใช่เรื่องแปลกหากทั้งสองจะยอมถวายชีวิตให้
การประชุมยังมีต่อจนถึงกลางดึก หลัวอวี่เอ่ยขึ้น “ท่านขอรับ เราจำเป็นต้องซื้อม้าสองพันตัวจากทางตะวันตก ข้าได้เตรียมการกับคนขายม้าไว้แล้ว…ภายในเจ็ดวันนี้จะทำการส่งม้ามาให้เรา โดยม้าราคาตัวละแปดสิบเหรียญทอง ทั้งหมดที่ต้องจ่ายค