หลินมู่อวี่ราดน้ำเย็นใส่เว่ยโฉว ก่อนจะตอบกลับด้วยคำพูดอันสิ้นหวังแก่เขา “เสียใจด้วยที่ต้องตอบว่าไม่! และเจ้าก็ต้องตามข้าไปเขาผามังกรเพื่อส่งโล่พวกนี้ให้กับกลุ่มมังกรผงาดของข้าด้วย”
“หืม?” เว่ยโฉวทำหน้าสงสัย “ทหารรับจ้างขอท่านหรือขอรับ?”
“ใช่ ได้รับการขึ้นทะเบียนอย่างเป็นทางการแล้ว…”
“ขึ้นทะเบียนแล้วรึ? แล้วช่างน่าอิฉาเสียจริง…กลุ่มมังกรผงาดได้รับโล่ชั้นยอด ในขณะที่ทหารจักรวรรดิอย่างเราได้ใช้แต่โล่ไร้คุณภาพ!”
“หากริษยามากนักเจ้าก็ลาออกแล้วไปเข้าร่วมกลุ่มมังกรผงาดในฐานะรองผู้บัญชาการเสียสิ!” หลินมู่อวี่กล่าวอย่างประชดประชัน
เว่ยโฉวยิ้ม “ข้าหยอกเล่นขอรับ ในเมื่อปฏิญาณตนจงรักภักดีต่อจักรวรรดิแล้วจะไปทำเช่นนั้นได้อย่างไร…”
“ฮ่าๆๆ” หลินมู่อวี่ไม่ได้ต่อความใดๆ
กลุ่มมังกรผงาดเป็นเพียงกองกำลังที่ก่อตั้งขึ้นเอง จะให้เทียบกับทหารองครักษ์อวี้หลินคงทำไม่ได้ เพราะทหารองครักษ์เป็นกองกำลังชั้นสูงของอาณาจักร ในขณะที่กลุ่มมังกรผงาดเป็นเพียงทหารรับจ้างไร้ชื่อไร้พลัง
กระบะขนสัมภาระทั้งห้าบรรทุกโล่มังกรไว้จนเต็มและคลุมไว้ด้วยผ้าดำก่อนจะเคลื่อนทัพมุ่งสู่ถนนทงเทียน
ถังเสี่ยวซีต้องกลับที่พักเมื่อขบวนผ่านมาถึงจวนเจ้าเมืองชีไห่ นางทำหน้ามุ่ยขณะบอกลาหลินมู่อวี่และสัญญาว่าต้องได้เจอกันอีก แม้จะไม่ได้ระบุเวลาไว้ชัดเจนหลินมู่อวี่ก็สัญญาว่าจะมาพบนางที่นี่เมื่อมีเวลา
ขณะขบวนขนค่อยๆ เคลื่อนทัพไปได้ไม่นานนักก็มีเสี