เว่ยโฉวประหลาดใจ “ข้าเป็นเพียงคนธรรมดาที่เกิดในตระกูลยากจน ทุกวันนี้เงินเดือนที่ได้ยังต้องส่งเสียให้ทางบ้านใช้ ข้าจะไปมีเงินพอให้ใช้กินใช้เที่ยวได้อย่างไร? ถึงกระนั้น…ข้าน้อยก็พอรู้แหล่งอยู่บ้างขอรับ เป็นตรอกเล็กๆ ชื่อว่า ‘ตรอกแดง’ มีทั้งร้านเหล้าและโรงเตี๊ยมต่างๆ นับว่าเป็นแหล่งซ่องสุมชั้นยอดเลยขอรับ”
“ทันทีที่ส่งข้าถึงที่นั่นแล้ว พวกเจ้าก็นำโล่งูมังกรไปเก็บที่รังอินทรีก่อน ต่อเมื่อเสร็จธุระข้าจะกลับไปเจรจาเอง”
“ขอรับ!”
หลินมู่อวี่กับเว่ยโฉวเข้าไปยังตรอกที่มีโคมไฟส่องสว่างที่อยู่ไม่ไกลนัก รอบบริเวณมีแต่ป้ายที่ตกแต่งด้วยดอกไม้หลากชนิด ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ลานหลี่ชุนจนหลินมู่อวี่เผลอยิ้มออกมา
หลินมู่อวี่และเว่ยโฉวเป็นทหารหนุ่มรูปร่างกำยำทั้งยังสวมเกราะอันเจิดจรัส เป็นที่หมายตาของบรรดาแม่เล้าในซ่อง กระทั่งมีแม่เล้าคนหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลเข้ามาทักทายอย่างรวดเร็ว แม่นางที่มีใฝบนใบหน้าเกาะแขนหลินมู่อวี่อย่างไม่เกรงกลัวอำนาจ ก่อนจะจีบปากจีบคอเอ่ยขึ้น “นายท่าน…เหตุใดจึงหายไปนานเช่นนี้เล่าเจ้าคะ?
เว่ยโฉวหลุดหัวเราะ “ข้าไม่เคยคิดเลยว่าท่านจะ…”
หลินมู่ตอบกลับด้วยสีหน้าจริงจัง “หยุดความคิดอันลามกของเจ้าเสีย! ข้าสาบานด้วยเกียรติของข้าเลยว่านี่เป็นครั้งแรกที่มา! มันเป็นการหว่านล้อมของพวกนาง!”
“เช่นนั้นหรือขอรับ?” เว่ยโฉวทำหน้าตาล้อเลียน
ทันทีที่หลินมู่อวี่ลงจากม้าแม่เล้าก็รีบเข้ามาคว้ามือเขาและ