”
“อื้ม เจ้าพูดถูก”
หลินมู่อวี่ชักกระบี่วิญญาณมังกรขึ้นมา ก่อนจะตัดผ้าสีดำที่อยู่ด้านข้างแล้วใช้ห่อหุ้มกระบี่ที่เพิ่งหลอมเสร็จ ทันใดนั้นก็มีบางคนคว้าแขนของเขาไว้ นั่นคือถังเสี่ยวซี
“มู่มู่ นั่นคืออาวุธที่เจ้าหลอมมาทั้งคืนหรือ?” ถังเสี่ยวซีเอ่ยถามเสียงอ่อนหวาน
“ใช่!”
หลินมู่อวี่ดึงผ้าสีดำออกเพื่อเปิดให้ถังเสี่ยวซีได้เห็นกระบี่วิญญาณมังกร “เสี่ยวซี ทักษะการหลอมอาวุธของข้าเพียงพอที่จะเป็นปรมาจารย์หรือไม่?”
“แน่นอน!”
ถังเสี่ยวซีหัวเราะคิกคัก “มู่มู่เก่งที่สุด ทว่ากระบี่เล่มนี้…ระดับใดหรือ?”
“มันควรจะเป็นระดับปราชญ์ขั้นสี่!”
“ฮะ?! ระดับปราชญ์เหรอ?” ถังเสี่ยวซีอ้าปากค้าง เธอมองไปที่หลินมู่อวี่ทันที “นี่ข้าได้ยินผิดไปหรือไม่? มีอาวุธระดับปราชญ์อยู่ไม่มากในเมืองหลันเยี่ยน กระบี่ไร้วิญญาณของฝ่าบาทได้ชื่อว่าเป็นอาวุธที่แข็งแกร่งที่สุดในจักรวรรดิ ทว่ากระบี่เล่มนี้…แข็งแกร่งยิ่งกว่าอีกหรือ?”
“ใช่ มันแข็งแกร่งกว่า”
หลินมู่อวี่กล่าวด้วยรอยยิ้ม “เสี่ยวซี เจ้าต้องเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ หากมีคนรู้ว่าข้าเป็นปรมาจารย์หลอมอาวุธ ข้าเกรงว่าจะเป็นการแย่งผลประโยชน์จากคนบางกลุ่ม”
“ใช่แล้ว!” ถังเสี่ยวซีเผยรอยยิ้มจางๆ “หากผู้คนล่วงรู้ถึงความลับนี้ ข้าเกรงว่าฝ่าบาท ชางหลานกง ชางมู่หยุน และแม้แต่ราชาเจิ้นหนานแห่งดินแดนทางใต้อันไกลโพ้นคงส่งคนมาดึงตัวเจ้าไปเข้าร่วมกองทัพอย่างแน่นอน อีกทั้งกระบี่ที่มู่มู่หลอ