ถังเสี่ยวซีเองก็สับสน จึงยิ้มถามอย่างไร้เดียงสา “มู่มู่ สิ่งใดคือ…”
หลินมู่อวี่เกาหัว นึกเกลียดตัวเองที่พูดแบบนั้นออกไป ก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงลนลาน “มันคือ…ใบชาชนิดหนึ่งจากบ้านเกิดข้าเอง มันนุ่มละมุน…และมีรสผลไม้หลากหลายเชียวล่ะ ฮ่าๆๆ…”
ถังเสี่ยวซีหรี่ตาคู่สวยมอง “ดูก็รู้ว่าเจ้าโกหก ข้าอยากชกหน้าเจ้าเสียจริง แต่…มีชากลิ่นผลไม้จริงหรือ? หากเจ้ามีโอกาสเอามาให้ข้าชิมได้หรือไม่?”
เมื่อมองใบหน้าสะสวยของถังเสี่ยวซีแล้วหลินมู่อวี่ก็คิดการใหญ่ เขาพยักหน้าและตอบกลับ “เช่นนั้น…หากมีโอกาสและเจ้าต้องการ…”
ถังเสี่ยวซีหัวเราะ “ฮ่าๆๆ เจ้าพูดเรื่องอะไรของเจ้ากัน? เหตุใดข้าถึงจะไม่ต้องการ?”
เว่ยโฉวยืนมองทั้งคู่ด้วยความงุนงง “ท่านขอรับ เช่นนั้นอยากให้ข้าน้อยเตรียมของว่างกับชาหอมให้องค์หญิงถังหรือไม่ขอรับ?”
“อืม! จะไปไหนก็ไป!”
“รับทราบขอรับ!”
ห้องของหลินมู่อวี่นั้นกว้างขวางทว่าไร้การตกแต่งใดๆ มีเพียงโต๊ะกับเก้าอี้ไม่กี่ตัวและเตียงหนึ่งหลังเท่านั้น เมื่อหันมองรอบห้อง จินเสี่ยวถังจึง ‘เลือก’ เดินไปนั่งบนเตียง “มู่มู่…ห้องเจ้าไม่มีอะไรเลย แต่ข้า…ชอบเตียงนุ่มๆ ของเจ้า”
“ข้า…ข้าไม่ว่าหากเจ้าอยากนอน…”
หลินมู่อวี่พยายามหักห้ามใจแล้วที่จะไม่ชวนถังเสี่ยวซีให้ลองนอนบนเตียง เพราะโลกนี้ทุกสิ่งล้วนดูจริงจังไปเสียหมด ไม่เหมือนโลกเดิมที่หยอกล้อกันเป็นปกติ หากเขาพูดเช่นนั้นถังเสี่ยวซีคงรับไม่ได้เป็นแน่