ถังเสี่ยวซีหัวเราะ “เจ้าประหม่าหรือ?”
“ข้าไม่ได้ประหม่าอันใด”
“เช่นนั้น…เหตุใดเจ้าจึงไม่นั่งเสียก่อนเล่า?”
“อ๋อ…ได้สิ!”
“ข้าหมายถึงให้มานั่งข้างๆ ข้า!”
“ก..ก็ย่อมได้…”
หลินมู่อวี่นั่งลงบนเตียงอย่างเชื่อฟัง ในขณะที่ภายในใจเขาเต็มไปด้วยอารมณ์มากมายอย่างบอกไม่ถูก เป็นเวลาเดียวกับที่เว่ยโฉวเดินถือถาดผลไม้และไวน์อุ่นๆ เข้ามาพอดี ทันทีที่เงยหน้าเว่ยโฉวก็ตกตะลึงกับภาพที่เห็น “ข…ข้าขออภัยที่รบกวน!”
“เจ้าไม่ได้รบกวนข้ากับ…” ถังเสี่ยวซีเบิกตากว้างและยิ้มหัวเราะด้วยใบหน้าไร้เดียงสา
หลินมู่อวี่รีบกระซิบสั่งการ “เว่ยโฉว! วางของไว้ตรงนั้นแล้วออกไปก่อน!”
“ขอรับ!”
เว่ยโฉวหมุนตัวออกไปโดยเร็ว
บรรยากาศค่อนข้างแปลกเล็กน้อยเมื่อชายหนุ่มกับหญิงสาวอยู่ด้วยกันสองต่อสองในห้อง ตัวถังเสี่ยวซีนั้นมีกลิ่นหอมเย้ายวนใจน่าสัมผัสยิ่งนัก แล้วหนุ่มกลัดมันอย่างหลินมู่อวี่จะทนต่อสิ่งยั่วยวนนี้ได้อย่างไรเล่า? เขารีบตั้งสมาธิใช้ทักษะชีพจรวิญญาณ ทว่ามันกลับทำให้ถังเสี่ยวซีรู้สึกอึดอัด นางกล่าวออกมาด้วยใบหน้าเขินอาย “ข้า…ข้าไม่ควรมาหาเจ้าคืนนี้ใช่หรือไม่?”
“ไม่…ไม่ใช่อย่างที่เจ้าคิด…”
หลินมู่อวี่ยิ้มจางๆ ก่อนแสร้งเปลี่ยนเรื่อง “เสี่ยวซี ตอนนี้พลังเจ้าอยู่ระดับไหนแล้ว?