“เรื่องนั้น…ข้าเกือบบรรลุขอบเขตปฐพีขั้นสามแล้ว ท่านผู้เฒ่าชวีช่วยฝึกวิชายุทธ์ให้ ข้าจึงคืบหน้าได้เร็วนักแต่ก็ยังไปไม่ถึงขอบเขตนภาเสียที ศิลาวิญญาณห้าพันปีที่เจ้าเก็บมาให้ตอนลาดตระเวนเมื่อครั้งนั้นข้าก็ยังเก็บไว้อยู่ ต่อเมื่อข้าบรรลุถึงขอบเขตนภาแล้วจะได้ใช้มัน”
“อืม…” หลินมู่อวี่ลุกขึ้นและเทไวน์ใส่แก้วให้ถังเสี่ยวซี “ดื่มไวน์อุ่นๆ สักหน่อยเถิด พลังยุทธ์ของเสี่ยวซีคืบหน้าไปไวกว่าที่ข้าคิดไว้มากโขทีเดียว!”
ถังเสี่ยวซีลุกขึ้นยืนก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ “อะไรกัน…เจ้าคิดว่าข้าเอาแต่ใจและเกียจคร้านงั้นรึ?”
“หามิได้! เจ้าเป็นคนที่แข็งแแกร่ง…”
“หึ!”
ถังเสี่ยวซีดื่มไวน์ในแก้วจนหมดด้วยใบหน้าแดงก่ำ “มู่มู่! ตอนที่เจ้าไปช่วยเสี่ยวอินที่ตำหนักกวางโศกา นางได้…”
ถังเสี่ยวซีพูดติดขัดชั่วครู่ก่อนจะเงียบไป
หลินมู่อวี่ถามอย่างลนลาน “เสี่ยวอินทำอะไรหรือ?”
ถังเสี่ยวซีดึงสีหน้าให้เป็นปกติ ทว่าหลินมู่อวี่ก็รู้สึกได้ถึงความไม่พอใจ นางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงติดขัดอีกครั้ง “นาง…ได้บอกรักเจ้าหรือไม่?”
“ไม่…นางไม่ได้บอกอันใดข้า…” หลินมู่วี่ตอบด้วยความอึดอัดใจ
“เช่นนั้นก็ดี…” ถังเสี่ยวซีพูดอย่างโล่งใจก่อนเผยรอยยิ้มออกมา “มู่มู่ พอได้ขึ้นเป็นผู้บัญชาการรังอินทรีแล้ว งานเจ้ายุ่งหรือไม่?”
หลินมู่อวี่สงสัย “ข้าดูเหมือนยุ่งขนาดนั้นเชียวหรือ?”
“ก็ไม่เชิง…”