ประตูโถงกลางเปิดออก ปรากฏทหารองครักษ์วิหารสองนายยืนอารักขาอยู่โดยมีเหล่ยหงนั่งอยู่บนบัลลังก์เจ้าวิหารตรงกลาง สีหน้าดูเคร่งขรึมขณะที่ร่างกายล้อมรอบไปด้วยปราณยุทธ์ เขากำลังฝึกฝนทักษะเทวะที่หลินมู่อวี่ไม่รู้จัก ทว่าเหล่ยหงสัมผัสได้ถึงพลังอันแข็งแกร่งสองจุดที่เข้ามายังโถงได้ทันที ก่อนจะลืมตาขึ้นแหละกล่าวทักด้วยรอยยิ้ม “อาอวี่ ในที่สุดก็อยากกลับมาวิหารเสียทีนะเจ้า…”
หลินมู่อวี่ประสานมือคำนับ “หลินมู่อวี่ผู้นี้ยินดีที่ได้พบท่านปู่ผู้นำวิหารศักดิ์สิทธิ์ผู้ยิ่งใหญ่ขอรับ…”
“เจ้าเด็กบ้า!”
เหล่ยหงยิ้มด้วยท่าทีอันอ่อนโยน “ข้าได้ยินข่าวว่าเจ้าไปสร้างคุณงามความดีไว้ที่ตำหนักกวางโศกา ทั้งยังได้เลื่อนตำแหน่งเป็นถึงแม่ทัพมังกรพเนจร ไหนจะได้เป็นบุตรบุญธรรมของจักรพรรดิอีก!”
หลินมู่อวี่ตกตะลึงชั่วครู่ก่อนจะเอ่ยตอบ “เป็นบุตรบุญธรรมเพียงในนามเท่านั้น…ไม่ใช่เรื่องลึกซึ้งอันใด ไม่ต้องทำน้ำเสียงหยอกล้อข้าเช่นนั้นก็ได้!”
“เป็นเช่นนี้เอง…” เหล่ยหงหรี่ตามองก่อนยิ้มเยาะ “ถึงจะแค่ในนามแต่ชื่อเจ้าก็ถูกสลักไว้ในผังตระกูล แม้จะไม่ใช่ทุกอย่างเท่านี้ก็นับว่าเป็นเกียรติยิ่งแล้ว ได้เข้าสู่ราชวงศ์เป็นสิ่งที่คนทั่วไปมิอาจใฝ่ฝัน ช่างน่าอิจฉาเสียจริง…”
“ขอรับท่านปู่เหล่ยหง” หลินมู่อวี่ยิ้ม “ทว่าเหตุผลหลักที่ข้ากลับมาในครานี้คือนำของขวัญมาให้ท่าน…”
“ของขวัญหรือ?”