ิได้ปฏิเสธขณะที่พยักหน้า “พ่อได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับหลินมู่อวี่ วิญญาณยุทธ์น้ำเต้าระดับสิบแข็งแกร่งพอๆ กับพันธะเทวาตระกูลฉินของเรา อีกทั้งเขายังเชี่ยวชาญด้านการปรุงโอสถและหลอมอาวุธ และหลินมู่อวี่ยังสามารถต่อกรกับผู้ที่มีระดับสูงกว่าอย่างจ้าวจิ้น โอวหยางชิว เจิ้งฟาง และคนอื่นๆ บางคนก็กล่าวว่าอาอวี่ใช้พลังลึกลับและชั่วร้ายที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อน…”
กล่าวจบฉินจิ้นทรงถอนหายใจ “ผู้คนมักเปลี่ยนแปลงเสมอ ที่เขาดีกับเจ้า อาจเป็นเพราะความงามที่เจ้ามี ไม่คิดเช่นนนี้บ้างหรือ?”
ฉินอินตกตะลึง ไม่นานก็กล่าวว่า “หากละ…ลูก…”
“ไม่ต้องกล่าวสิ่งใดแล้ว”
ฉินจิ้นโบกมือพร้อมกล่าวอย่างอ่อนโยน “เสี่ยวอินเชื่อฟังพ่อเถิด อย่าทำให้มันเป็นเรื่องยากเลย เราจะไม่เอ่ยถึงเรื่องการมอบบรรดาศักดิ์ให้หลินมู่อวี่อีก แม้ว่าเขาจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของตระกูลฉิน ทว่าเลือดที่หลั่งไหลอยู่ในตัวนั้นไม่ใช่ ตราบใดที่เขาจงรักภักดี พ่อจะเลื่อนยศให้เขาได้เป็นถึงจอมพล กระนั้น…หลินมู่อวี่จะไม่มีวันได้เป็นราชา!”
“ค่ะเสด็จพ่อ…”
ฉินอินกัดพระโอษฐ์แน่น และดวงตาเผยความโศกเศร้า ทักษะการปกครองของจักรพรรดิเป็นสิ่งที่เธอไม่มีวันเข้าใจ
…
เกิดความอลหม่านขึ้นในค่ายรังอินทรี
เมื่อหลินมู่อวี่นำเว่ยโฉว เซี้ยโหวซาง ละทหารนายอื่นๆ กลับมายังรังอินทรี ผู้บัญชาการเมิ่งฟางถือเหรียญตราโลหะสีดำออกมายื่นให้ “ท่านหลิน น..นี่คือเหรียญพยัคฆ์สำหรับรังมังกร ฝากดูแลแทนข้า