ด้วย…”
“ท่านแม่ทัพ ข้ามิได้ตั้งใจจะมาแทนที่ท่าน ข้าเพียงแค่…” หลินมู่อวี่ต้องการปลอบใจเขา ทว่าไม่รู้จะต้องพูดสิ่งใดออกไป
เมิ่งฟางส่ายหัวและกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ไม่ มันไม่ได้เกี่ยวกับท่าน แต่เป็นเพราะตาที่มืดบอดของข้า การห้ามท่านนำกองทัพไปตำหนักกวางโศกาเป็นความผิดของเมิ่งฟาง…ข้าน้อยจะลงจากภูเขาทันที รังอินทรีแห่งนี้…ข้าหวังว่าท่านหลินมู่อวี่จะปกปักรักษามันอย่างดี ทั้งหมดมันมาจากแรงกายแรงใจของข้าและเหล่าพี่น้อง…”
หลินมู่อวี่กล่าวด้วยรอยยิ้ม “วางใจเถิด ข้าจะดูแลมันเอง”
เมิ่งฟางควบม้าออกไปยังค่ายทหารรักษาพระองค์แห่งจักรวรรดิ ผู้บัญชาการที่เคารพกำลังจากไปเช่นนี้ มันช่างเป็นเรื่องที่น่าเศร้า
หลังจากส่งเมิ่งฟางออกไป หลินมู่อวี่ก็หันไปหาเหล่าองครักษ์อวี้หลิน “เอาล่ะ ได้เวลาหารือกันอย่างเป็นทางการแล้ว!”
“ขอรับ ท่านแม่ทัพ!”
รังอินทรีมีทหารทั้งหมดเจ็ดร้อยนายซึ่งอยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของหลินมู่อวี่ ทำให้เขารู้สึกได้ถึงความสำเร็จที่ไม่เคยประสบมาก่อน ในที่สุดหลินมู่อวี่ก็ได้เป็นบุคคลที่มีอำนาจกำหนดความเป็นความตาย!
กลุ่มผู้นำองครักษ์อวี้หลินทั้งห้าซึ่งแบ่งออกเป็นสองฝ่าย มีสองคนที่ดึงดูสายตามาก นั่นคือกงฉวนและสวี่เกิง เนื่องจากพวกเขาเคยเป็นทหารของจวนเสินโหว และเนื่องจากเคยอยู่จวนเสินโหวจึงเข้ากับทหารนายอื่นๆ ในรังอินทรีไม่ค่อยได้…หลินมู่อวี่เป็นชายที่จะไม่ยอมให้มีสิ่งใดขวางหูขวางตา เขาดึงราชโองการอ