อกมาและกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ท่านกงฉวน และท่านสวี่เกิง ข้ามีข่าวดีมาให้ ฝ่าบาททรงตอบรับความประสงค์ของข้าให้ย้ายผู้บัญชาการกองร้อยทั้งสองออกจากภูเขา และกลับไปเข้าร่วมค่ายเสินเวย”
“ว่าอย่างไรนะ?!”
กงฉวนสีหน้าตกใจ “พ…พวกเราถูกส่งไปค่ายเสินเวยเหรอ? หลินมู่อวี่เจ้าหมายความว่าอย่างไร? อย่าลืมว่าเจ้าเพิ่งเข้าร่วมรังอินทรี แล้วยังจะบีบเราออกเร็วขนาดนี้เลยรึ?”
หลินมู่อวี่เผยยิ้มจางๆ “คำสั่งนี้มีตราประทับทองคำขององค์จักรพรรดิ การฝ่าฝืนคำสั่งหมายถึงความตายเท่านั้น! ทหาร! นำสวี่เกิงและกงฉวนลงจากเขาไปซะ และลบชื่อออกจากบันทึกของรังอินทรีด้วย!”
“ขอรับ!”
หลินมู่อวี่ปกครองรังอินทรีด้วยความเด็ดขาด จุดประสงค์ของเขาชัดเจนมาก คือการกำจัดอำนาจที่มองไม่เห็นและทำให้รังอินทรีอยู่ภายใต้การดูแลของเขาแต่เพียงผู้เดียว
หลังจากนั้นไม่กี่นาที สวี่เกิงและกงฉวนก็นำสิ่งของติดตัวไปเล็กน้อยพร้อมควบม้าลงจากภูเขา
หลินมู่อวี่จัดระเบียบรังอินทรีทันที โดยแต่งตั้งเว่ยโฉวเป็นรองผู้บัญชาการ รวมทั้งแต่งตั้งผู้บัญชาการกองร้อยสี่นาย ซึ่งแต่ละคนมีทหารใต้บัญชาหนึ่งร้อยนาย หลังจากทุกอย่างเสร็จสิ้น พวกเขาก็เคลื่อนทัพลงจากเขา
ทหารม้ากว่าหกร้อยเคลื่อนทัพลงมาพร้อมเสียงเท้าม้าดังอึกทึก เมื่อมาถึงด้านล่างก็พบว่ามีทหารอวี้หลินรออยู่อย่างหนาแน่น เป็นทหารห้าพันนายของเฟิงจี้สิง และทหารอวี้หลินสี่ร้อยนายของฉู่ฮว๋ายเหมี่ยน ซึ่งรวมกันแล้วเป็นจำนวนก