พูดอะไรอีกแล้ว ข้ารู้แล้วว่าต้องจัดการอย่างไร!”
พูดจบเฟิงจี้สิงก็ออกคำสั่ง “นายพลจ้าว นำเหรียญทองจำนวนหนึ่งจากที่เรายึดมาแจกจ่ายให้กับพวกนางคนละห้าสิบเหรียญทอง จากนั้นถามพวกนางว่าหากยังมีครอบครัวเหลืออยู่ ทหารของเราจะเป็นคนพากลับเอง ทว่าหากไม่มีครอบครัว พวกเราจะพากลับเมืองหลวงและส่งไปที่สมาพันธ์แรงงาน อย่างน้อยก็ให้พวกนางทำงานเป็นสาวใช้ คงดีกว่าปล่อยให้สูญเสียอิสรภาพและเกียรติยศ”
ผู้บัญชาการกองพันแซ่จ้าวประสานมือรับพร้อมเผยสีหน้ายินดี “ท่านแม่ทัพช่างหลักแหลม ข้าน้อยขอเป็นตัวแทนของเหล่าหญิงสาวขอบคุณพระคุณท่านผู้บัญชาการขอรับ!”
เฟิงจี้สิงโบกมือ “หยุดพูดไร้สาระได้แล้ว ไปทำงาน! อย่าลืมเตือนเหล่าพี่น้องทหารแห่งจักรวรรดิที่รับผิดชอบในการส่งพวกนางให้กลับมาทำงานด้วย ฮึ่ม…หากใครกล้าหนีไป ข้าจะจับกลับมาทีละคน!”
“ฮ่าๆ ท่านแม่ทัพช่างมีอารมณ์ขัน ใครกันเล่าที่จะไม่กลับมา…ข้าน้อยจะไปเดี๋ยวนี้ขอรับ!”
…
หลินมู่อวี่ยกจอกสุราขึ้นมาชนเบาๆ กับจอกของเฟิงจี้สิง “พี่เฟิง ขอบคุณท่านมาก”
เฟิงจี้สิงถอนหายใจแผ่วเบา “อาอวี่…การที่เจ้าเอ่ยถึงหอเลี้ยงดู ทำให้ข้าแอบชมเจ้าอยู่ลับๆ บางที…อาจเป็นเพราะมังกรผงาดของเจ้าที่ทำให้ข้ากล้าทำสิ่งนี้…เฟิงจี้สิงมักระมัดระวังตัวเสมอ และไม่เคยก้าวข้ามขอบเขตของตัวเอง จนกระทั่งพบเจ้า…ในที่สุดข้าก็มีความกล้าที่จะทำอะไรบ้าๆ”
“จริงหรือ?”
หลินมู่อวี่ยืนพิงต้นสนที่เหี่ยวเฉาก่อนจะเงยหน้