ย”
“โอ้?”
เฟิงจี้สิงยิ้มขณะที่เอนกายลงบนก้อนหินและเหม่อมองขึ้นบนท้องนภา “ข้าได้ยินมาว่ามีกลุ่มทหารรับจ้างกลุ่มใหม่ในเมืองหลันเยี่ยนชื่อ ‘ค่ายมังการผงาด’ และมีผู้บัญชาการนามว่าหลินมู่อวี่ นั่นใช่เจ้าหรือไม่?”
“ฮ่าๆ หน่วยข่าวกรองของพี่เฟิงเร็วมาก!”
“ไร้สาระน่า ข้าเป็นผู้บัญชาการกองทหารแห่งจักรวรรดิ ข้ารู้ทุกความเคลื่อนไหวในเมืองหลวง บอกมาสิเจ้าเด็กน้อย ว่าเจ้าตั้งกลุ่มทหารรับจ้างมังกรผงาดเพื่อการใด?”
หลินมู่อวี่ยกกำปั้นขึ้นก่อนที่ดวงตาจะเปลี่ยนเป็นเย็นชา “ข้ายังคงจำความเกรี้ยวกราดของเจิ้งอี้ฝานเมื่อครั้งที่เขานำทหารค่ายเสินเวยบุกวิหารศักดิ์สิทธิ์ หากข้ามีกองทัพที่แข็งแกร่ง เหตุใดข้าจักต้องเกรงกลัวเจิ้งอี้ฝานอีก? พี่เฟิง…กล่าวอย่างสัตย์จริง ข้าไม่มั่นใจกับความแข็งแกร่งที่กองทหารจักรวรรดิมี หากยังคงเป็นเช่นนี้เราจะสามารถพึ่งพาความแข็งแกร่งของทหารรักษาพระองค์ในการปกป้องเมืองหลันเยี่ยนหรือเสี่ยวอินได้หรือไม่?”
เฟิงจี้สิงตกตะลึง หลังจากเงียบไปชั่วครู่เขาก็พูดขึ้นว่า “อาอวี่…พี่ใหญ่เพียงต้องการถามให้แน่ใจ การฝึกกลุ่มทหารรับจ้างมังกรผงาดของเจ้านั้น…เป็นการทำเพื่อชิงบัลลังก์หรือเพื่อปกป้องเสี่ยวอินกันแน่?”
เฟิงจี้สิงกล่าวอย่างตรงไปตรงมาจนทำให้หลินมู่อวี่ตกตะลึงเล็กน้อย ก่อนจะตอบอย่างไม่ลังเล “ข้ามิเคยต้องการบัลลังก์ของจักรพรรดิ ข้าก่อตั้งกลุ่มทหารรับจ้างมังกรผงาดเพียงเพราะข้ากังวล…ข้ากังวลว่