วี่ว่า “โชคดีที่ท่านหลินหยานสังเกตเห็นพวกเขาตั้งแต่เนิ่นๆ ท่านทำได้อย่างไรกัน?”
หลินมู่อวี่ยิ้มอย่างมีเลศนัย “มันเป็นศาสตร์ลับที่ข้าบอกไม่ได้น่ะ”
หลัวอวี่พลันหัวเราะและไม่ได้กล่าวอะไรอีก
ขณะเดียวกันทหารรับจ้างเทียนจิงชักกระบี่และทวนยาวออกมาพร้อมควบมาพุ่งตรงมาขณะที่คำรามกึกก้อง “บุกเข้าทำลายพวกมันซะ!”
หลินมู่อวี่ค่อยๆ ใช้พลังง้างสายธนูจนกลายเป็นรูปพระจันทร์เต็มดวง และเปลี่ยนปราณยุทธ์เป็นแก่นเพลิงมังกรโคจรรอบลูกศร แนวหน้าของศัตรูส่วนใหญ่อยู่ราวระดับที่ยี่สิบห้าซึ่งเป็นขอบเขตมนุษย์ระดับที่สาม ‘ฟิ้ว’ เสียงลูกธนูแหวกอากาศทำลายความเงียบสงบก่อนเปลี่ยนเป็นลำแสง
‘ฉึก…’
ลูกธนูที่อัดแน่นไปด้วยแก่นเพลิงมังกรจากผู้ชำนาญการขอบเขตนภา ไม่มีทางที่ผู้ชำนาญการขอบเขตมนุษย์จะสามารถป้องกันได้ ชายผู้นั้นส่งเสียงร้องครวญครางอย่างน่าเวทนาพร้อมตกจากหลังม้าและปรากฏรูขนาดใหญ่กลางหน้าอก
“ฝีมือยิงธนูข้าไม่เลวเลย…” หลินมู่อวี่กล่าวอย่างภูมิใจ
หลินมู่อวี่คว้าลูกธนูดอกที่สองออกมาเล็งที่ทหารรับจ้างอีกนาย ‘ฟิ้ว’ มันพุ่งแหวกอากาศก่อนจะกระทบกับก้อนหินดัง ‘เคร้ง’ มีอานุภาพมากพอทว่าขาดความแม่นยำจึงพลาดเป้าไปสองเมตร
หลงหยานอดไม่ได้ที่จะหัวเราะ “ทักษะการยิงธนูของท่านหลินหยานน่าเหลือเชื่อจริงๆ!”
เมื่อถูกกลั่นแกล้งโดยบุคคลที่มีแต่กล้ามทว่าไม่มีสมอง หลินมู่อวี่พลันเผยยิ้ม และยิงธนูออกไปกว่ายี่สิบดอก ทว่าเขาจัดการศัตรูไปได้เพ