คนพวกนี้ไม่ควรถูกเรียกว่ามนุษย์ด้วยซ้ำ แล้วยังกล้าเรียกตัวเองว่า ‘ผู้ผดุงความยุติธรรม’ ช่างน่าขันสิ้นดี
หลินมู่อวี่เดินออกไปสั่งทหารฝึกหัดนอกประตู “จัดเตรียมสำรับอาหารให้ข้าสามที่”
ทหารฝึกหัดพยักหน้ารับก่อนจะเอ่ยขึ้น “ท่านอยากเลี้ยงพวกนางด้วยอาหารดีๆ ก่อนหรือขอรับ? ฮ่าๆ ท่านหลินหยานช่างแสนดีเหลือเกิน”
หลินมู่อวี่อยากจะฆ่าเจ้าพวกนี้เสียให้สิ้นทว่ายั้งอารมณ์เอาไว้ “ไปจัดการให้เรียบร้อย!”
“ขอรับ…”
ไม่นานทหารฝึกหัดก็กลับมาพร้อมถาดอาหารที่มีซุปเนื้อและหมั่นโถวอย่างละสามชุด หลินมู่อวี่ยกถาดเข้าห้องแล้ววางไว้บนโต๊ะก่อนจะเดินไปปิดประตูห้อง เขาโบกมือเรียกแม่หญิงทั้งสาม “กินเสีย…พวกเจ้าจะได้มีแรงคิดว่าจะทำอย่างไรต่อไป”
หญิงชุดแดงกล่าว “ท่าน…จะทำอย่างไรกับพวกเราหรือเจ้าคะ?”
“อย่างน้อยข้าก็ไม่สังหารเจ้า”
หลินมู่อวี่เห็นใบหน้าฉงนของพวกนางจึงยิ้ม “และแน่นอน…ข้าจะไม่แตะต้องพวกเจ้า ทำใจให้สบายเถิด”
หญิงชุดแดงกล่าว “ท่านหลินหยานไม่ต้องฝืนตัวเองก็ได้เจ้าค่ะ พวกเราทำใจตั้งแต่ถูกจับแล้วว่าต้องปรนเปรอให้พวกท่าน หงอวี่ขอแค่ให้ท่านช่วยปกป้องเราได้หรือไม่เจ้าคะ หากท่านยอมเราจะทำตามคำสั่งเจ้าค่ะ”
หญิงชุดเหลืองปาดน้ำตาและเอ่ยขึ้นบ้าง “ข้าได้ยินมาว่าหมู่บ้านหินทมิฬก็ถูกปล้นโดยสำนักอัศวิน และเด็กสาวส่วนใหญ่ก็ถูกสังหารจนสิ้น คนพวกนั้นไม่ได้มองผู้หญิงเป็นมนุษย์เลยเจ้าค่ะ…”
ขณะเดียวกันเสี่ยวฉินกลับเป็นคนที่สงบท