ี่สุด นางกล่าวด้วยใบหน้าซีดเซียว “ในเมื่อข้าไม่ตาย และสิ่งใดจะเกิดขึ้นหรือท่านจะทำสิ่งใดต่อเราแทนนั้นข้าคงไม่สนอีกแล้ว”
หลินมู่อวี่หัวเราะออกมาอย่างช่วยไม่ได้ทันที เจ้าคิดว่าข้าเป็นคนที่สังหารพ่อแม่เจ้างั้นหรือ? เจ้าคิดว่าข้าอยากทำร้ายเจ้าจริงๆ หรือ? ข้าจะบอกให้…เจ้าไม่จำเป็นต้องพูดเช่นนั้นกับข้า เพราะข้าไม่ได้สนใจเจ้าเลยแม้แต่น้อย นั่นก็เพราะเจ้าไม่คู่ควร!”
เสี่ยวฉินตกตะลึง ความหยิ่งผยองของทหารเหรียญทองเบื้องหน้าเธอผู้นี้ทำให้เธอรู้สึกไร้ค่าและเป็นตัวตลก เธอรู้ได้ทันทีว่าตนได้ทำพลาดเสียแล้ว
“ท่านหลินหยาน ข้า…” เสี่ยวฉินอยากจะพูดทว่ากลับพูดไม่ออก
หลินมู่อวู่โบกมือปัด “ไม่ต้องพูดสิ่งใด กินให้อิ่มก่อนค่อยคุยกันก็ได้ ข้าจะหาลู่ทางพาเจ้าออกไป ฉะนั้นอย่าได้เอะอะให้เสียเรื่อง”
“เจ้าค่ะ…” แววตาของทั้งสามเต็มเปี่ยมไปด้วยความหวัง
พวกนางกินอาหารอย่างรวดเร็ว
หลินมู่อวี่นั่งบนเก้าอี้ ถอดชุดเกราะออกก่อนจะถอนหายใจ “พวกเจ้านอนบนเตียงเถิด…ข้าจะนอนตรงนี้ แล้วจำไว้ว่าอย่าได้ส่งเสียงร้องอีก จากนี้ไปพวกเจ้าคือคนของข้า จะไม่มีใครทำร้ายเจ้าได้ตราบที่ยังอยู่ในห้องนี้ เข้าใจหรือไม่?”
“เจ้าค่ะ…”
“นอนเสีย”
“เจ้าค่ะ…”
หลินมู่อวี่นั่งครุ่นคิดว่าจะทำอย่างไรกับเด็กสาวสามคนนี้ หากยังอยู่ในศูนย์บัญชาการแห่งนี้พวกนางจะต้องเจ็บปวดอีกเป็นแน่…พวกทหารด้านนอกจ้องผู้หญิงอย่างกับหมาล่าเนื้อ สาวทั้งสามคนนี้นับว่ายังสาวและ