ห้องโถงใหญ่ด้านข้างเต็มไปด้วยเหล่ารัฐมนตรีกําลังกางกระดาษขาวแผ่นใหญ่ให้องค์จักพรรดิ ฉินจิ้น ซึ่งกําลังเขียนคําว่า “ทิวทัศน์ดั่งภาพวาด” ด้วยตัวอักษรอันประณีต กล่าวขานกันว่าฉินจิ้น นั้นมีความสามารถทั้งด้านการวาดและประดิษฐ์คํา แม้หลินมู่อวี่จะไม่เชี่ยวชาญมาก แต่ก็พอรู้ว่าดํารัสของฉินจิ้นนั้นมีพลังช่วยผลักดันผู้คนอย่างมาก
ชวีฉูซึ่งยืนอยู่ด้านข้างกล่าวด้วยรอยยิ้ม “งานเขียนของพระองค์ทรงสง่างามยิ่งนักพะย่ะค่ะ”
ฉินจิ้นยิ้มจางๆ “ท่านชวีฉูเข้าใจที่ข้าเขียนด้วยหรือ?”
“ท่านเข้าใจว่าอย่างไร?”
“หามิได้…ชายแก่คนนี้เพียงกล่าวชมเท่านั้นพะย่ะค่ะ”
“…” ฉินจิ้นมิได้ตอบกลับอันใด
ข้าหลวงคนหนึ่งกราบเรียน “องค์จักรพรรดิ ผู้บัญชาการฉินเหลยพาท่านหลินมู่อวี่มาเข้าพบ ท่าชวี่ฉู ขณะนี้รออยู่ด้านนอกพะย่ะค่ะ”
ชวีฉูลูบเคราสีขาวของตนก่อนจะกล่าวด้วยรอยยิ้ม “พระองค์อยากไปพบเจ้าเด็กน้อยหลินมู่อวี่กับข้าหรือไม่พะยะค่ะ?”
ฉินจิ้นส่ายหน้า “ไม่เป็นไร…ท่านขวีฉูไปเถิด”
“พะยะค่ะ!”
ชวีฉูรู้สึกได้ว่าฉันจิ้นยังคงกังวลเรื่องที่หลินมู่อวี่ที่จะกระทําการต่อต้านตนอยู่ เขาจึงไม่มีทางเลือกนอกจากไปพบหลินมู่อวีเพียงลําพัง
ด้านนอกโถงใหญ่ หลินมู่อวี่ลูบถุงย่ามของตนไปมาอย่างภูมิใจในความมั่งคั่ง
“อะแฮ่ม!” ชวีฉูกระแอม
หลินมู่อวี่หลุดจากภวังค์ก่อนจะหันมามองชวีฉูด้วยรอยยิ้ม “ท่านปู่ชวีฉูกลับมาแล้วหรือขอรับ?”