ู้ประเมินราคามา”
“ขอรับ!”
ไม่นานก็มีผู้ประเมินสามคนเดินมาจากหลังร้าน เริ่มจากประเมินหอกแก้ววิศุทธิ์สองเล่มที่สร้างจากแม่พิมพ์เดียวกันก่อน ทุกส่วนของหอก ทั้งน้ำหนัก ความยาว การออกแบบเหมือนกันหมด ต่างกันเพียงตัวอักษร ‘หอกแก้ววิศุทธิ์’ ที่สลักไว้ด้านข้างเท่านั้น”
ผู้ประเมินเฒ่าใช้มือลูบคมหอก สัมผัสถึงแก่นของหอกและพลังวิญญาณที่ถูกหลอมเข้าไป เขาเบิกตากว้าง “คุณหนู นี่คืออาวุธนิล…อาวุธนิลระดับหกขอรับ!”
“อาวุธระดับนิลหรือ?”
จินเสี่ยวถังอ้าปากค้างตาเป็นประกาย “นี่เป็นอาวุธระดับนิลจริงๆ ช่างมหัศจรรย์…ท่านพี่อาอวี่ ท่านช่างเก่งกาจอะไรเช่นนี้!”
หลินมู่อวี่เขินอาย “ข้าเก่งกาจขนาดนั้นเลยหรือ?”
หอกแก้ววิศุทธิ์อีกเล่มถูกประเมินเป็นลำดับต่อไปก็อยู่ในระดับหกเช่นเดียวกัน ดาบวายุคลั่งและดาบสลายเพลิงเป็นอาวุธนิลระดับเจ็ด แม้ระดับจะต่ำแต่ก็ถือได้ว่าเป็นอาวุธนิลที่หาได้ยาก ในเหมืองหลันเยี่ยนมีเพียงไม่กี่ชิ้นและส่วนใหญ่มีแต่พวกทหารระดับนายพลและชนชั้นสูงที่ใช้ แม้แต่ร้านค้าจักรวรรดิที่เป็นแหล่งเศรษฐกิจหลักของเมืองยังมีเพียงสองชิ้นเท่านั้น
หลังจากนั้นผู้ประเมินเฒ่าก็สัมผัสคมกระบี่วิญญาณน้ำแข็ง ทันใดนั้นปรากฏเสียงคำรามของอสูรน้ำแข็งและแช่แข็งอากาศจนเกิดเป็นหิมะรอบๆ มือของผู้เฒ่า ร่างกายเขาสั่นเทิ้ม “น…นี่คืออาวุธนิลระดับห้า…”
“ระดับห้า?!”
จินเสี่ยวถังกระโดดโลดเต้นพร้อมปรบมืออย่างดีอกดีใจ “ในที่สุดร้านค้าจัก