่งเดือน…เป็นอย่างไร? ข้าจะตามทันแล้วนะมู่มู่!”
หลินมู่อวี่แอบหัวเราะ “นี่…แม้ว่าเจ้าจะอยู่ขอบเขตนภา ทว่าก็มิใช่คู่ต่อสู้ของข้าหรอก…”
เสี่ยวซีเม้มริมฝีปากแน่น “มู่มู่ คนนิสัยไม่ดี! หยุดยั่วโมโหข้าได้แล้ว!”
“เอาหล่ะ เจ้าควรกลับจวนได้แล้ว!”
“ก็ได้”
…
หลังจากมาส่งเสี่ยวซีที่จวน หลินมู่อวี่เดินทางกลับรังอินทรีทันทีโดยใช้เวลาไม่ถึงสามสิบนาที มีองครักษ์รักษาพระองค์หลายนายขึ้นเขาเพื่อนำจิ้งจอกไฟ หมาป่าวาโย กวางมหาเมฆา และสัตว์นานาชนิดขึ้นหลังม้า ซึ่งพวกเขาลำเลียงไปยังตำหนักเจ๋อเทียน มันช่างเป็นภาพที่แตกต่างกับไพร่พลธรรมดาที่ส่งกลิ่นเหม็นและหนาวตายอยู่บนถนน
ถึงกระนั้นเมื่อนึกถึงอีกด้านหนึ่งของตำหนักเจ๋อเทียนซึ่งมีฉินจิ้นและฉินอินปกครองอยู่ มีเหล่าสาวใช้และขุนนางในตำหนักมากมาย เมื่อเทียบกันแล้ว จักรวรรดิจีนโบราณซึ่งประกอบไปด้วยตำหนักสามแห่งและลานกว้างหกแห่งโดยมีผู้อยู่อาศัยมากกว่าหนึ่งหมื่นคนในแต่ละตำหนัก พวกเขามิได้ต้องการกวางมหาเมฆาจำนวนยี่สิบตัวแต่อย่างใด ทว่าควรเป็นมากกว่าสองพันตัว!
เมื่อนึกถึงในแง่นั้นจะเห็นได้ว่าตำหนักเจ๋อเทียนค่อนข้างเรียบง่าย ความเป็นอยู่ของฉินจิ้นและฉินอินห่างไกลจากความหรูหราอย่างมาก
เมื่อมาถึงค่าย…อาอวี่เห็นกลุ่มคนยืนอยู่ในระยะไกลพร้อมเสียงหยิ่งยโสดังออกมา
“ไอ้เวรนี่! ยังมีหน้ามาพูดว่าแกหาศิลาวิญญาณอสูรเกล็ดทองคำอายุหกพันปีได้อีกงั้นเหรอ! ถ้าทำไม่ได้ก็อย่ามากล่าวอ้