างเรื่องไร้สาระนี่! ไป! พาพวกมันทั้งหมดไปหาผู้บังคับบัญชาการ!”
เป็นเสียงจากกงฉวนที่คมชัดซึ่งฟังคล้ายกับขันทีในตำหนัก
“แย่แล้ว…”
หลินมู่อวี่หัวใจหล่นวูบขณะที่รีบควบม้าพร้อมตะโกนว่า “ไป!”
เขาปลดปล่อยปราณยุทธ์เพื่อป้องกันตัวรวมทั้งม้าขณะที่พุ่งตัวไป ฝูงชนแตกกระเจิงก่อนที่อาอวี่จะเห็นเว่ยโฉวและคนอื่นๆ อยู่ตรงกลาง หัวใจของเขาเจ็บปวดราวกับถูกมีดแทง
กงฉวนและองครักษ์ขอบเขตนภานายหนึ่งยืนหัวเราะเยาะอยู่ใกล้ๆ หลินมู่อวี่จำองครักษณ์นายนั้นได้ว่าคือสวี่เกิง เขาเป็นผู้บังคับการกองร้อยและมาจากจวนเสินโหว อีกทั้งเป็นผู้ฝึกตนในขอบเขตนภาระดับหกสิบซึ่งแข็งแกร่งมาก กองทหารของหลินมู่อวี่มิใช่คู่ต่อสู้ของผู้ชำนาญการขอบเขตนภาทั้งสองคนนี้เลย!
“นี่มันอะไรกัน?”
หลินมู่อวี่ลงจากหลังม้าก่อนจะชักกระบี่เหลียวหยวนออกมาซึ่งปกคลุมไปด้วยพลังอสนีบาต เขาถือมันไว้ในมือแน่นขณะที่เผยสีหน้าบิดเบี้ยวและกล่าวเสียงแผ่วเบา “เว่ยโฉว เกิดอะไรขึ้น?”
เลือดอาบเต็มใบหน้าของเว่ยโฉว เขากัดฟันและกล่าวว่า “ท่านกงฉวนและท่านสวี่เกิงกล่าวหาว่าพวกเรามิได้ลุล่วงภารกิจ ก่อนจะบอกให้เราเคารพข้อตกลงเมื่อครานั้นและก้มหัวให้เขา…อีกทั้งยังทำร้ายพวกเราอีกด้วยขอรับ!”
กงฉวนรู้ว่าตัวเองมีพรรคพวกจึงเลิกคิ้วขึ้นก่อนกล่าวว่า “หลินมู่อวี่ผู้พูดโอ้อวดมากมายในครานั้น ทว่าตอนนี้คงไม่มีสิ่งใดจะพูดแล้วสินะ? ทหารใต้บังคับบัญชาของเจ้าพูดมากน่ารำคาญ ข้าจึงช่วยสอน