ขึ้น แสงสีทองจากปลายขนไหลไปรวมกันที่ปาก มันคิดจะปล่อยพลังแสง! หลินมู่อวี่ไม่ยอมแพ้ เขาใช้ฝีเท้าดาวตกพุ่งไปด้านหน้าเจ้าอสูร และชกหมัดขวาที่เคลือบด้วยพลังงานสีเลือดออกไป!
‘หนึ่งประทีปพิฆาตชีวัน!’
“ตูม!”
หลินมู่อวี่ซัดกำปั้นไปยังกรามล่างของอสูร จนพลังแสงในปากมันสะท้อนกลับลงท้อง ขณะเดียวกันก็ใช้กระบี่เหลียวหยวนที่ห่อหุ้มด้วยแก่นเพลิงมังกรเสียบเข้าไปอย่างเร็ว “ฉึก!” กระบี่ยาวแทงทะลุลำคอของอสูร! มันร้องโหยหวนออกมาอย่างน่าสมเพชก่อนจะสิ้นใจ
เว่ยโฉวตลึงงัน เขาไม่คิดว่าหลินมู่อวี่จะจัดการกับอสูรเกล็ดทองคำที่มีอายุตั้งสี่พันแปดร้อยปีได้ง่ายดายถึงเพียงนี้ เหล่าทหารองครักษ์คนอื่นๆ ก็จดจ้องไปที่ผู้บัญชาการคนนี้ด้วยท่าทีเดียวกัน ทว่าสายตาพวกเขากลับเต็มไปด้วยความยำเกรงและปีติเป็นอย่างยิ่ง
“เอาล่ะ ไปเอาศิลาวิญญาณของมันมา” หลินหมู่อวี่กล่าว
“ขอรับ!”
เว่ยโฉวเดินไปยังหัวของอสูรร้ายและใช้มีดสั้นขุดหาศิลาวิญญาณด้วยรอยยิ้ม “ท่านแม่ทัพ ขนของเจ้าปีศาจนี่คือของดีนักเชียว ท่านจะว่าอะไรไหม หากข้าจะขอเวลาสักเดี๋ยวเพื่อถลกหนังมัน”
“เอาสิ” หลินมู่อวี่พนักหน้าเป็นเชิง “แต่เร็วหน่อยล่ะ อสูรเกล็ดทองคำอีกตัวกำลังจะมา…”
“เพราะเหตุใดกัน!?” เว่ยโฉวตื่นตระหนก
หลินมู่อวี่เผยยิ้ม “เพราะอสูรเกล็ดทองคำมักจะอยู่ด้วยกันเป็นคู่ หากตัวที่นอนตรงหน้าเราเป็นตัวเมียที่ออกมาหาอาหาร และหายไปนานผิดปกติ คู่ของมันคงออกตามหา ยิ่งกว่านั้น