อสูรตัวผู้แข็งแกร่งกว่าตัวเมียมากเป็นแน่ ดังนั้นเจ้าจงทำให้ไว ข้าไม่อยากให้เจ้านั่นมาเห็นคู่ของมันกำลังถูกถลกหนัง มันโหดร้ายเกินไป…”
เว่ยโฉวหลุดหัวเราะออกมา “ขอรับท่านแม่ทัพ…ข้าน้อยคนนี้จะเร่งให้ไวเลย”
เว่ยโฉวถลกหนังออกอสูรโดยมีทหารอีกคนทำการหล่อหลอมจิตวิญญาณอยู่ข้างๆ แม้ว่าเขาจะฝึกฝนทักษะธาตุอัคคีมา แต่วิญญาณอสูรเป็นธาตุอรุณ เขาก็มิได้เกี่ยงแม้แต่น้อย เพราะแค่จิตวิญญาณของอสูรระดับสูงก็หายากพอแล้ว ไม่ต้องพูดถึงธาตุอรุณ เขาจึงยินดีอย่างยิ่งที่จะทำหน้าที่นี้
หลินมู่อวี่สั่งให้ตั้งค่ายพักแรมที่นี่ ภายในหุบเขาน้ำเต้านั้นเต็มไปด้วยหิมะ พวกทหารจึงทำได้แค่กวาดหิมะออกให้พอกางเต็นท์เท่านั้น กองไม้แห้งที่สำนักอัคคีพบ ถูกนำมาก่อกองไฟได้เจ็ดถึงแปดกอง ก่อนจะนำเนื้อหมีที่เก็บไว้ที่หลังม้ามาทำซุป
ไม่นานนัก ทั่วทั้งบริเวณก็ตลบอบอวลไปด้วยกลิ่นซุปเนื้อ
“จ๊อก…จ๊อก…”
กระเพาะไม่รักดีของหลินมู่อวี่ส่งเสียงออกมา แต่เขารู้ดีว่าตนไม่มีเวลามากพอมานั่งกินซุป
อันที่จริง ก่อนที่ทักษะชีพจรวิญญาณจะสัมผัสได้ถึงความผันผวนของพลังงานที่รุนแรง หลินมู่อวี่พุ่งตัวพร้อมชักกระบี่ออกและตะโกนเรียกทุกคนทันควัน “มันมาแล้ว รีบตามข้ามาเร็ว!”
กองทหารองครักษ์ต่างพากันสะดุ้ง สะบัดผ้าห่มออก ทิ้งถ้วยซุป ก่อนจะรีบหยิบอาวุธ แล้วรุดตามหลินมู่อวี่ไปยังไหล่เขา
“สวบ…สวบ…”
หลินมู่อวี่นำทัพไต่เขาหิมะขึ้นไปตรวจดูสถานการณ์โดยรอบ
ไม่นานก็มีเส