ักกระบี่แล้วเดินออกจากแนวป้องกันอย่างห้าวหาญ เขาเรียกกำแพงน้ำเต้า กระดองเต่าทมิฬ และปราการเกล็ดมังกรออกมา ทันใดฝูงหมาป่าก็รุดหน้ามาใกล้…ทุกคนพลันสังเกตเห็นเส้นสีทองและสีเงินที่แสดงถึงความแข็งแกร่งบนหน้าผากของพวกมัน หมาป่าตัวที่มีขนาดใหญ่สุดในฝูงมีเส้นสีทองห้าเส้นและสีเงินสองเส้นซึ่งบ่งบอกได้ว่ามันมีอายุถึงห้าพันสองร้อยปีแล้ว! และนั่นก็หมายความว่า…พวกเขาได้พบกับศิลาวิญญาณบรรพตที่ต้องการแล้ว!
ทว่าแย่หน่อยที่หมาป่าตนนั้นเป็นถึงราชาที่มีบริวารติดตามมาด้วย หากกองทัพของหลินมู่อวี่ประมาทแม้เพียงน้อยนิด…พวกเขาอาจจะเปลี่ยนเป็นผู้ถูกล่าแทน
เว่ยโฉวกำกระบี่ไว้แน่นพร้อมตะโกนเสียงดัง “ท่านหลินมู่ระวังตัวด้วยขอรับ! มันเป็นถึงราชาหมาป่าอายุห้าพันสองร้อยปี มีบริวารอายุสามพันเก้าร้อยปีด้วย และบริวารตัวอื่นๆ ล้วนแล้วมีอายุราวสามพันปีทั้งนั้น ฉะนั้นโปรดระวังด้วยขอรับ!”
“อือ!”
หลินมู่อวี่ตะโกนขึ้น “ข้าจะกันพวกมันไว้ พวกเจ้ายิงธนูโดยเล็งไปที่พวกอายุน้อยก่อนและระวังหมาป่าพวกที่ชอบวิ่งพุ่งเข้าใส่ด้วย! ปกป้องม้าศึกอย่าให้พวกมันได้รับบาดเจ็บ”
“ขอรับ!”
ขณะที่หลินมู่อวี่กำลังพูด…ราชาหมาป่าก็เข้าประชิดตัวในทันใด พริบตาเดียวเขาพลันม้วนตัวหลบแล้วปล่อยพลังเข้าใส่ราชาหมาป่า!
‘เปรี้ยง!’
กระบี่เหลียวหยวนทะลวงเข้าใส่พลังงานวิญญาณกลางลำตัวของราชาหมาป่า การโจมตีแตกกระจายออกเป็นสาย มันไม่ได้รับความเสียหายเลยแม้แต่น้อย ท