ันตรายก็ตาม
ดังนั้นสองขุนศึกทั้งสองจึงยกโล่ขึ้นมาป้องกันและก้าวไปข้างหน้าอย่างระมัดระวัง เว่ยโฉวและปราชญ์สงครามอีกคนชักกระบี่ออกมาพร้อมเรียกวิญญาณยุทธ์ประจำตัว
“แปรทัพรบ!”
เว่ยโฉวคำรามเสียงทุ้ม องครักษ์รักษาพระองค์ทั้งสองก็ยกโล่ขึ้นมาพร้อมเคลื่อนพลไปด้านหน้า
ทันใดนั้นหมีเหล็กทมิฬตระหนักได้ว่าตัวเองกำลังตกอยู่ในอันตราย มันตวัดอุ้งเท้าออกไปพร้อมคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยว ‘เปรี้ยง!’…องครักษ์ทั้งสองนายถูกกระแทกอย่างแรงจนต้องถอยหลังไป โล่หนาในมือของพวกมีรอยกรงเล็บและเปลวไฟอันน่ากลัว! ทว่าตัวหมีเหล็กทมิฬก็ได้รับบาดเจ็บเช่นกัน เว่ยโฉวตวัดกระบี่เฉือนไหล่ของมัน เพียงแค่พริบตาเดียวเลือดก็สาดกระเซ็นไปทั่วทุกสารทิศ
“โฮก!!”
หมีเหล็กทมิฬพุ่งตัวไปอย่างรวดเร็วจนทำให้องครักษ์ผู้ถือโล่นายหนึ่งล้มลงไปกองกับพื้น มันตะปบลงบนโล่หลายครั้ง “อ๊าก!” องครักษ์นายนั้นส่งเสียงร้องอย่างน่าเวทนาเพราะโดนเพลิงแผดเผา
หลินมู่อวี่ตั้งท่าชักกระบี่เหลียวหยวน
“ปัก!”
เว่ยโฉวจ้วงกระบี่เข้าที่แผ่นหลังของหมีเหล็กทมิฬ แผ่นหลังของมันแข็งราวกับหินยากที่จะแทงให้ทะลุถึงหัวใจ…ทันใดนั้น! กระบี่อีกเล่มได้ทะลวงเข้าที่ปากของมันจนเลือดไหลทะลักเสมือนสายน้ำตก หน่วยองครักษ์หน่วยนี้ไม่มีคนอ่อนแออย่างแน่นอน! พวกเขาโจมตีศัตรูได้อย่างเลือดเย็น!
ทว่าพวกเขาประเมินพลังของหมีเหล็กทมิฬต่ำไป! มันคำรามอย่างโกรธเกรี้ยวพร้อมจู่โจมด้วยระลอกคลื่นเปลวเพลิง