ให้เต็มที่ แล้ววันรุ่งขึ้นเราจะออกล่าพยัคฆ์กระหายโลหิต! มันคงยังวนเวียนอยู่แถวนี้เป็นแน่”
“ขอรับท่านแม่ทัพ!”
ราตรีผันผ่าน…สุริยันสาดแสง แล้ววันใหม่เริ่มต้นขึ้น
หลินมู่อวี่จัดแจงทหารสิบนายให้เฝ้าค่ายที่พัก และอีกสี่สิบนายเข้าป่าไปกับเขา ทันใดนั้นเว่ยโฉวที่เดินอยู่ข้างๆ ก็เอ่ยถามขึ้น “ท่านแม่ทัพ! เราจะแกะรอยพยัคฆ์กระหายโลหิตได้เยี่ยงไรหรือขอรับ?”
“ข้าไม่ได้แกะรอย ทว่าข้าจะหลอกล่อมันออกมา”
“หลอกล่อด้วยสิ่งใดหรือขอรับ?” เว่ยโฉวถามอย่างตกตะลึง
หลินมู่อวี่ยิ้มบางๆ ก่อนที่จะชักดาบเสียงปีศาจออกมาจากเอว แล้วแตะมันลงไปที่แขนของตนเบาๆ จากนั้นเลือดก็ค่อยๆ ไหลออกมา หลินมู่อวี่ยิ้มและกล่าวว่า “พยัคฆ์กระหายโลหิตมีต่อมรับรู้กลิ่นที่เฉียบคม มันสามารถได้กลิ่นเลือดสดๆ ของมนุษย์จากระยะไกลถึงสิบลี้ได้”
“ท่านแม่ทัพ!!”
เว่ยโฉวหรี่ตาลง “หากเราต้องสละเลือดใครสักคน เหตุใดจึงไม่ใช้เลือดของข้า? เลือดของท่านหลินมู่อวี่มีค่าเกินกว่าจะมาใช้เพื่อการนี้นะขอรับ”
“มิต้องกังวล…ข้าชินแล้ว”
หลินมู่อวี่ระลึกถึงเมื่อครั้งที่เขาและฉู่เหยาถูกใช้เป็นเหยื่อล่อ เขาเสียเลือดมากจนเกือบสิ้นชีพ เมื่อมองกลับมายังปัจจุบัน…เขาไม่ได้เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว…
“โฮก!” เสียงคำรามอย่างดุร้ายดังก้องมาแต่ไกล
“แปรทัพเตรียมพร้อมรบ!”
หลินมู่อวี่ชักกระบี่ออกมาและใช้ยาสมานแผลที่แขนทันที เลือดหยุดไหลแล้ว การหลอกล่อของหลินมู่อวี่นั้นสำเร็จ เพียงไม่ถ