ึงยี่สิบนาทีอสูรตนนั้นก็ติดกับ มันคงอาศัยอยู่ใกล้ๆ นี้เป็นแน่
อุณหภูมิโดยรอบร้อนขึ้นทันที นั่นแปลได้ว่าอสูรพยัคฆ์กระหายโลหิตใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ทักษะชีพจรวิญญาณของหลินมู่อวี่สามารถตรวจจับได้ถึงความผันผวนของพลังงานที่มาจากอสูรตัวนั้น หลินมู่อวี่หันไปหาเหล่าทหารและพูดว่า “มันอยู่ตรงนั้น! ห้ามผู้ใดเคลื่อนไหว! ข้าจะจัดการมันเอง และเมื่อใดที่ข้าต้องการความช่วยเหลือ ข้าจะส่งเสียงเรียกเอง”
ทหารทุกนายพยักหน้ารับ เหล่าองครักษ์รักษาพระองค์มีสีหน้าตึงเครียดขึ้นมาทันที พวกเขาไม่เคยรับมือกับพยัคฆ์กระหายโลหิตมาก่อน ไม่ต้องพูดถึงอสูรวิญญาณตัวอื่นที่มีอายุกว่าหลายพันปีเลย สำหรับพวกเขา…สัตว์วิญญาณตัวนี้น่าสะพรึงกลัวราวกับยมทูตแห่งความตาย!
“แซ่ก แซ่ก แกร๊ก…” เสียงกิ่งไม้แห้งหักดังขึ้น ทันใดนั้นอสูรร่างยักษ์ได้ปรากฏกาย! เมื่อหลินมู่อวี่เห็นอสูรตนนี้ เขารู้สึกประหลาดใจอย่างมาก เพราะมันไม่ได้ดูคล้ายคลึงกับพยัคฆ์กระหายโลหิตอายุสี่พันปีที่เขาเคยพบเห็นที่ป่าสัตตะดารา! ขนของอสูรด้านหน้าเขานี้มีสีเข้มกว่า บนหน้าผากของมันมีเส้นสีทองห้าเส้นและเส้นสีเงินเจ็ดเส้น! บ่งบอกได้ว่าพยัคฆ์กระหายโลหิตตัวนี้อายุมากกว่าห้าพันเจ็ดร้อยปีแล้ว!
“ท่านเง็กเซงฮ่องเต้…โชคชะตาเล่นตลกอะไรกับข้าเยี่ยงนี้…”
หลินมู่อวี่บ่นอยู่ในใจ แม้จะอยู่ขอบเขตนภาระดับที่หนึ่ง ทว่าสัตว์วิญญาณอายุกว่าห้าพันเจ็ดร้อยปีตัวนี้มันแกร่งกล้าเกินความสามารถของ