EP.149 คู่รักทั้งสอง
แสงจันทร์สาดส่องไปยังพลับพลาวรุณที่เมืองหลวง ขณะนั้นเสียงบรรเลงอันไพเราะของกู่ฉินดังขึ้น ท่วงทำนองนั้นขึ้นลงเป็นจังหวะช้าๆ ราวกับว่าหญิงสาวกำลังถ่ายทอดสิ่งที่อยู่ในใจออกมา
ฉู่ฮว่ายเสิงยืนฟังอย่างสงบราวกับต้องมนต์ที่หน้าผืนม่าน เขาเริ่มคำนึงถึงการฝึกฝนภายใต้แสงจันทร์ตลอดหลายปีที่ผ่านมา…และอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ บทเพลงนี้สามารถแทรกซึมไปปลอบประโลมจิตใจของเขาได้อย่างอ่อนโยน ตอนนี้…ทุกสิ่งที่เขาทำดูเหมือนไร้ประโยชน์ ท่านปู่ของเขาถูกฆ่าตาย ไหนจะฉู่เหยาก็ตัดสินใจเข้าเมืองหลวงไปแล้ว…เรื่องทั้งหมดนี้ราวกับความฝัน เขากำลังไล่ตามสิ่งใดกัน? นี่หรือผลตอบแทนสำหรับการต่อสู้ที่เขาฝ่าฟันมาทั้งชีวิต?
จากนั้นเขาถอนหายใจแผ่วเบา…แล้วจุดสูงสุดของการต่อสู้นี้อยู่ที่ไหนกันล่ะ?
ไม่นาน…ทำนองเพลงก็จบลง
ม่านค่อยๆ เปิดออก สาวใช้นางหนึ่งยิ้มและกล่าวขึ้น “ท่านฉู่ฮว่ายเสิง คุณหนูเชิญท่านเข้ามาด้านในเพื่อหารือเจ้าค่ะ”
ฉู่ฮว่ายเสิงพยักหน้าอย่างยินดี “เข้าใจแล้ว”
องครักษ์รักษาพระองค์ที่ยืนอยู่ด้านข้างพลันตบไหล่ฉู่ฮว่ายเสิงก่อนยิ้มและพูดว่า “เข้าไปสิ คุณหนูต้องการพบเจ้านับว่าเป็นโชคที่ดีมาก ว่ากันตามตรง…แม้แต่ข้าก็ยังรู้สึกอิจฉาเลย!”
ฉู่ฮว่ายเสิงยิ้มอย่างเขินอายก่อนเดินเข้าไปที่ลาน เด็กสาวหน้าตาเลอโฉมนั่งอยู่ด้านหน้าเครื่องดนตรีกู่ฉิน ดวงตาคู่งามมองฉู่ฮว่ายเสิงอย่างลึกซึ้ง สาวผู้นี้มิใช่ผู้อื่นใด