กับสัตว์วิญญาณอายุห้าพันเจ็ดร้อยปีโดยปราศจากบาดแผล
หลินมู่อวี่ค่อยๆ ผายฝ่ามือออก ทันใดนั้นสายฟ้าก็ปรากฏขึ้น กระบี่เหลียวหยวนพุ่งเข้าใส่ก้อนหินก่อนจะถูกดึงออกมาด้วยกระบวนท่าพลังของกระบี่จักรวรรดิอัสนีบาต มันพุ่งทะลุร่างของพยัคฆ์กระหายโลหิตไป ครานี้การโจมตีได้กำจัดพลังวิญญาณของมันจนหมดสิ้น ทักษะชีพจรวิญญาณบอกเขาว่า…พยัคฆ์กระหายโลหิตได้สิ้นชีพแล้ว!
‘เฮือก…’ เสียงสิ้นลมหายใจของพยัคฆ์
หลินมู่อวี่ทรุดนั่งกับก้อนหินด้านหลังแล้วพูดว่า “เอาล่ะ ตัดหัวของพยัคฆ์กระหายโลหิตเสีย ระวังอย่าให้เสียหายล่ะ มันคงน่าเสียดายถ้าทำให้ศิลาวิญญาณอัคนีอันล้ำค่านี้เป็นรอย!”
“ขอรับท่านแม่ทัพ!”
เว่ยโฉวพุ่งตัวออกไปพร้อมชักกระบี่ออกมาผ่าครึ่งอสูรพยัคฆ์ด้วยการฟันครั้งเดียว เขาเฉือนร่างมันอีกสองครั้งเพื่อแยกส่วนหัวและส่วนหางของอสูรพยัคฆ์ให้หลุดจากลำตัว
ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะต่อกรกับสัตว์วิญญาณอายุห้าพันเจ็ดร้อยปีชนิดนี้ น่าเวทนาที่มันต้องเจอกับหลินมู่อวี่ผู้ครอบครองสุดยอดวิชาฌานเจ็ดประทีป…เพียงพลังของประทีปที่สองก็เพียงพอต่อการทำให้พยัคฆ์กระหายโลหิตตกอยู่ในสภาพปางตาย และใช้กระบวนท่าสุดท้ายเพื่อกำจัดมันอย่างง่ายดาย!
หลังจากนั้นไม่นาน เว่ยโฉวก็เดินถือศิลาวิญญาณที่เปื้อนเลือดซึ่งยังคงมีเปลวไฟปกคลุม เขายิ้มอย่างร่าเริงและพูดว่า “ท่านหลินมู่อวี่ เราล่าศิลาวิญญาณอัคนีก้อนแรกได้สำเร็จแล้ว! ศิลาวิญญาณจากพยัคฆ์กระหายโลหิตอา