ับม้าให้หยุด
ขณะนี้กงฉวนควบม้าด้วยท่าทางหยิ่งผยอง เขาสบตากับหลินมู่อวี่และอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา “ข้าไม่คาดคิดเลยว่า…ต้นหญ้าที่เปราะบางก็มีฤดูใบไม้ร่วงเหมือนกัน แม้แต่จิตวิญญาณน้ำเต้าระดับสิบก็ยังเข้าร่วมองครักษ์รักษาพระองค์ได้ ฮ่าๆๆ ช่างน่าขันเสียจริง! ภารกิจเจ้าคืออะไรล่ะหลินมู่อวี่?”
หลินมู่อวี่ระงับความโกรธก่อนกล่าวว่า “พวกเรากำลังจะไล่ล่าสัตว์วิญญาณอายุห้าพันปี”
“หือ?”
กงฉวนกลั้นขำไว้ไม่ได้ “เจ้าต้องการล่าสัตว์วิญญาณอายุห้าพันปีด้วยทหารเหล่านี้น่ะเหรอ? รู้บ้างหรือไม่ว่ามันแข็งแกร่งขนาดไหน? ฮ่าๆๆ หวังว่าจะไม่โดนฆ่าตายหมดนะ หน่วยของเราไม่สามารถสูญเสียทหารมากมายขนาดนั้นได้ อ้าว! ท่านพี่เว่ยโฉวก็อยู่ด้วยเหรอเนี่ย ฮ่าๆ…”
กงฉวนค่อยๆ ขี่ม้าไปด้านข้างเว่ยโฉวแล้วมองด้วยสายตาดูแคลน “ได้ยินมาว่ามารดาเป็นหญิงรับใช้ในค่ายนี่ การได้เป็นองครักษ์รักษาพระองค์โดยมีมารดาเป็นหญิงรับใช้คงยากลำบากน่าดู เจ้าคงไม่ยอมตายง่ายๆ สินะ มิเช่นนั้นสัตว์วิญญาณคงจะผิดหวัง เพราะไม่รู้ว่าเขมือบไอ้บ้าไม่มีหัวนอนปลายเท้าคนใดเข้าไป! ฮ่าๆๆๆ…”
‘ชิ้ง!’
กระบี่เหลียวหยวนถูกชักออกจากฝักตรงเข้าที่ซอกคอกงฉวนอย่างรวดเร็วดั่งสายฟ้าฟาด
“หลินมู่อวี่…นี่เจ้าทำอะไร!” กงฉวนหวาดกลัวจนไม่กล้าขยับ
หลินมู่อวี่เผยยิ้มเย็นชาพร้อมกล่าวด้วยสายตาไร้ไมตรี “เจ้าหยามเกียรติข้าได้…แต่มาหยามเกียรติทหารใต้บังคับบัญชาของข้ามิได้ จำไว้!”
กระบี