ามสามารถอีกครั้ง ดูเหมือนว่าผู้มีพรสวรรค์เพียงหนึ่งเดียวในรุ่นหลังก็คือ องค์ชายเล็กฉินเหยียน”
หลินมู่อวี่ยิ้มอย่างอ่อนโยน “องค์ชายเล็กฉินเหยียนทรงรอบรู้และมีพระปรีชาสามารถ เป็นดั่งเพชรที่ต้องการเจียระไน ด้วยการบำเพ็ญเพียรที่ดี…ท่านจะสำเร็จวิชาเป็นผู้ชำนาญการ”
“ถูกของเจ้า อย่างไรเสีย…อาอวี่ เจ้าต้องกลับมาเยี่ยมที่นี่บ้างนะ”
“ได้เลยขอรับ ท่านปู่เกอหยาง”
…
จากนั้น…เขาเดินทางไปที่สำนักวิจัยโอสถวิญญาณ เพื่อบอกลาฉู่เหยาก่อนเดินทางไปรังอินทรี
ค่ายรังอินทรียึดฐานที่มั่นนอกเมืองหลันเยี่ยน มีหน้าที่หลักสองประการ ประการแรก รายงานข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับจักรวรรดิแก่ตำหนักเจ๋อเทียน ประการสอง เข้าป่าล่าสัตว์วิญญาณพร้อมกับแสวงหาศิลาวิญญาณ เนื้อสัตว์ และสิ่งต่างๆ ให้แก่ตำหนัก รังอินทรีจะยุ่งวุ่นวายเสมอในฤดูใบไม้ร่วง นั่นก็เพื่อตุนอาหารสำหรับฤดูหนาว
อาอวี่ควบม้าออกนอกเมืองข้ามถนนเส้นเล็กๆ หลายกิโลเมตร มองเห็นค่ายทหารอยู่ไกลๆ ในเทือกเขาใกล้เมืองหลันเยี่ยนซึ่งเป็นที่ตั้งของรังอินทรี หน่วยองครักษ์อินทรีจัดตั้งขึ้นมาได้ไม่นาน และอยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของทหารรักษาพระองค์ ตัวค่ายถูกสร้างอย่างลวกๆ มีกระโจมหลักตั้งอยู่ตรงกลาง บริเวณโดยรอบประกอบด้วยกระโจมรูปร่างประหลาดราวกับว่าถูกสร้างแบบขอไปที ไม่แปลกใจสักนิดที่เฟิงจี้สิงและฉินเหลยเคยกล่าวว่า หน่วยองครักษ์อินทรีนั้นลำบาก…ตอนนี้เขาเห็นด้วยตาตัวเองแล้ว
รังอินท