ลับมามองอีก ด้านหลังมีเสียงห่วงใยของเฟิงจี้สิงดังมา “อาอวี่ ร่างกายของเจ้ายังบาดเจ็บ ตอนกลางวันอยู่ที่ชั้นหนึ่งรักษาอาการบาดเจ็บก็พอ อย่าได้ขึ้นไปชั้นสองเชียวนะ”
“ตึง!”
หลินมู่อวี่ดึงประตูเหล็กปิด ทันใดนั้นทุกอย่างก็มืดลง กำแพงด้านในเจดีย์มีแสงแดดลอดเข้ามา ยังดีที่ไม่ถึงกับมืดสนิท ประตูเหล็กด้านนอกมีเสียงคล้องโซ่ดังขึ้น ภายในหนึ่งเดือนนี้ตนเองออกไปไม่ได้แล้ว
“แกร๊ก” ช่องประตูเล็กๆ บนประตูเหล็กถูกเปิดออก ทหารรักษาพระองค์นายหนึ่งนำอาหารและน้ำส่งเข้ามา ล้วนเป็นอาหารแห้งปริมาณพอสำหรับสามวัน
เสียงฝีเท้าห่างออกไป ทุกคนคงจากไปหมดแล้ว
……
ตอนนี้เองหลินมู่อวี่ถึงมีเวลามองไปรอบตัว ผนังหินของเจดีย์ทงเทียนขมุกขมัว บนผนังมีตัวอักษรที่เขาอ่านไม่ออกสลักไว้ แต่น่าจะเป็นอักษรรูปภาพ ภายในชั้นที่หนึ่งของเจดีย์นั้นว่างเปล่า มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณหนึ่งร้อยเมตร กว้างขวางมาก ไม่มีข้าวของใดๆ วางอยู่เลยแม้แต่ชิ้นเดียว โล่งว่างเปล่าอยู่แบบนั้น
ทักษะชีพจรวิญญาณแผ่ขยายออกไปเอง ฌาณสัมผัสแผ่คลื่นออกไปช้าๆ
หลินมู่อวี่นั่งขัดสมาธิ ค่อยๆ ปรับลมหายใจรักษาอาการบาดเจ็บ ขณะเดียวกันก็แผ่ฌาณสัมผัสขึ้นไปยังชั้นที่สอง ทันใดนั้นก็สัมผัสได้ถึงกระแสพลังแข็งแกร่งสามสาย พลังทั้งสามสายนี้เดี๋ยวแข็งแกร่งเดี๋ยวอ่อนแอ คล้ายกับเคลื่อนไหวเตรียมโจมตี
เขาหลับตาลง จะต้องฟื้นฟูเรี่ยวแรงให้เร็วที่สุด ดูเหมือนพลังที่ไม่รู้ว่าเป็นอะไรเหล่