นำองครักษ์อวี้หลินทั้งสิบนายเดินเข้าไป กล่าวกับทหารยามว่า “องครักษ์พยัคฆ์คนใหม่หลินมู่อวี่ นำองครักษ์อวี้หลินสิบนายมารับคำสั่งขอรับ!”
มีเสียงดังออกมาจากภายในห้องโถง “ที่แท้ก็เป็นท่านหลินมู่อวี่มาเยือนกองลาดตระเวน เข้ามาเถอะ!”
“ขอรับ!”
หลินมู่อวี่จับชุดศึกยกขึ้น เพื่อเดินข้ามธรณีประตูสีดำสูงเข้าไปยังกองลาดตระเวน เมื่อเงยหน้าขึ้นก็เห็นองครักษ์อวี้หลินยืนเรียงแถวสองด้านด้วยสีหน้าเคารพนบนอบ ด้านในสุดของห้องโถงคือโต๊ะที่หลอมด้วยเหล็กกล้า นายทหารที่ไว้เครายาวผู้หนึ่งนั่งอยู่ตรงนั้น เขาเงยหน้ามองหลินมู่อวี่ ยิ้มแย้มแล้วเอ่ย
“ได้ยินชื่อเสียงของหลินมู่อวี่มานาน วันนี้ได้เจอตัวจริง เป็นเกียรติยิ่งนัก!”
“ข้าน้อยหลินมู่อวี่คารวะใต้เท้าปี้ฝาน” หลินมู่อวี่ยังคงแสดงความเคารพนบนอบ
ปี้ฝานพยักหน้า ก่อนเอ่ยขึ้น “หลินมู่อวี่ กองลาดตระเวนเดิมมีทั้งสิ้นห้าหน่วย วันนี้เพิ่มหน่วยของเจ้าเข้าไปก็เป็นหกหน่วย แต่ละหน่วยในทุกเดือนจะต้องปฏิบัติหน้าที่เป็นเวลาสิบวัน เจ็ดวันจากนี้ หน่วยของเจ้ารับผิดชอบลาดตระเวนที่ถนนทงเทียน เข้าใจหรือไม่”
“ขอรับ!”
“ดี”
ฉับพลันปี้ฝานก็หรี่ตาลง “ได้ยินว่าท่านเคยช่วยชีวิตองค์หญิงฉินอินในป่าล่ามังกร?”
“ขอรับ…”
“ฮึ!” ปี้ฝานลุกขึ้นยืน ประสานมือคารวะแล้วยิ้มกล่าว “เช่นนั้นใต้เท้าหลินมู่อวี่ก็เป็นผู้มีพระคุณช่วยชีวิตองค์รัชทายาท ข้าน้อยปี้ฝานขอคารวะ”
หลินมู่อวี่อดที่จะรู้สึกไม่สบายใจ เขา