ขมวดคิ้ว และกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ใต้เท้า ท่านเกรงใจไปแล้ว”
“เอาล่ะ!”
ปี้ฝานพูดขึ้น “ท่านไปที่ค่าย เลือกผู้ใต้บังคับบัญชาจากทหารอวี้หลินมาหนึ่งร้อยนาย วันนี้ความปลอดภัยของถนนทงเทียนจะมอบให้ท่านดูแล แต่เจ้าต้องจำไว้ให้ดีว่าถนนทงเทียนเลขที่สามสิบถึงห้าสิบ จะต้องตรวจตราอย่างระมัดระวัง ห้ามก่อความวุ่นวายที่นั่น มิเช่นนั้น…ข้าจะไม่ปล่อยท่านไว้แน่ ถึงแม้ท่านจะเป็นผู้มีพระคุณช่วยชีวิตองค์หญิงฉินอินไว้ก็ตาม”
“ขอรับ!”
หลินมู่อวี่ประสานหมัดคารวะ “เช่นนั้นข้าน้อยขอตัวก่อน!”
“ไปเถอะ”
เมื่อพ้นประตูออกมา พวกเว่ยโฉวก็ตามหลินมู่อวี่มาติดๆ หลินมู่อวี่ขมวดคิ้ว “ที่ใต้เท้าปี้ฝานพูดว่าเลขที่สามสิบถึงห้าสิบ มันหมายถึงอะไรหรือ ใครอยู่ที่นั่น”
เว่ยโฉวควบม้าขึ้นมาเคียงคู่กับหลินมู่อวี่ กดเสียงให้ต่ำลงก่อนพูดขึ้น “ท่านแม่ทัพ เลขที่สามสิบถึงห้าสิบประกอบไปด้วยบ่อนการพนัน ซ่องโสเภณี สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า โรงกษาปณ์ และสถานรับเลี้ยงดูที่ใหญ่ที่สุดในจักรวรรดิ เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของจักวรรดิ ที่นั่นมีผู้ที่มั่งคั่งร่ำรวย แต่ก็ซ่อนเร้นการต่อสู้แย่งชิงทั้งต่อหน้าและลับหลัง เท่าที่ข้าทราบ เจ้าของบ่อนพนันกับซ่องโสเภณีเป็นคนที่คุ้นเคยกับใต้เท้าปี้ฝาน ดังนั้นตอนพวกเราลาดตระเวนที่นั่น ไม่ว่าพบเห็นอะไรก็ต้องทำเป็นมองไม่เห็น”
“งั้นหรือ”
หลินมู่อวี่เลิกคิ้ว “เช่นนั้นจะมีกองลาดตระเวนของพวกเราไว้อยู่ทำไม”
เว่ยโฉวตกตะลึง