บไปมอง ธงและทวนจำนวนได้บดบังร่างของฉินอินและถังเสี่ยวซีเอาไว้ แต่พวกนางเข้าเมืองหลันเยี่ยนแล้ว ต้องปลอดภัยอย่างแน่นอน มีทหารหมื่นๆ นายทหารคอยคุ้มครอง อย่าว่าแต่ขอบเขตปราชญ์เลย ต่อให้เป็นขอบเขตเทวะก็ไม่อาจจะทำอะไรพวกนางได้
……
ไม่เห็นเพียงแค่ไม่กี่วัน ประตูบานใหญ่สีดำของวิหารศักดิ์สิทธิ์ดูเหมือนจะเป็นมิตรขึ้นมาหน่อย เมื่อหลินมู่อวี่และเจิ้งเหอชานมาถึง ประตูใหญ่ก็เปิดออก เกอหยางควบม้านำกลุ่มคนมาต้อนรับ ใบหน้าฉายแววกระตือรือร้น “อาอวี่ ได้ของที่ต้องการหรือไม่”
“อืม!”
หลินมู่อวี่พยักหน้าหนักแน่น ดวงตามีประกายความมั่นใจอย่างแรงกล้า ยิ้มพูด “ท่านปู่เกอหยางวางใจได้ โปรดนำทางข้าไปที่พักของจางเหว่ย จะได้เริ่มรักษากันเลย”
“ดี!” เกอหยางยิ้มชื่นชม
เสียงฝีเท้าม้าดังขึ้น จางเหว่ยถูกจัดการให้มาพักที่ใจกลางวิหารศักดิ์สิทธิ์ โดยด้านข้างเป็นที่พักของเหลยหง ดูท่าเหลยหงเองก็คงกังวลว่าจางเหว่ยจะถูกลอบทำร้ายอีก ดังนั้นจึงคุ้มกันครูฝึกดาวเงินผู้ซื่อตรงและกล้าหาญผู้นี้ด้วยตนเอง
“อาอวี่!”
เหลยหงเข้ามาต้อนรับ เห็นกลิ่นอายบนตัวหลินมู่อวี่เปลื่ยนไป จึงอดยิ้มไม่ได้ “อาอวี่เจ้าเข้าสู่ขอบเขตนภาแล้ว”
“ขอรับ ท่านปู่เหลยหง!”
หลินมู่อวี่พลิกตัวลงมาจากม้า คุกเข่าทำความเคารพแล้วกล่าว “ขอบคุณที่ปู่เหลยหงดูแล ไม่เช่นนั้นแล้วเกรงว่าข้าคงจะฝึกมาไม่ถึงขั้นนี้”
“เจ้าทำไม…”
เหลยหงชะงัก รีบเข้าไปประคองเขา “อาอวี่ แต่เดิมเจ้าไป