พื้นอย่างเจ็บปวด ร่างทั้งร่างสั่นเทา ผมกลายเป็นสีขาว น้ำพระเนตรของฉินอินไหลลงมา “อาอวี่…ไม่นะ…ไม่นะ…”
ถังเสี่ยวซียกแส้เพลิงอัคคี สะบัดแส้เสียงดังกระโจนขึ้นมาบนกระดูกมังกร
“เสี่ยวซี…”
หลินมู่อวี่ทรุดอยู่ที่พื้น ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมา แต่ยกมือขวาขึ้น โบกมือช้าๆ บอกเป็นนัยว่าอย่าไปยั่วยุชางไป๋เฮ่อ มิเช่นนั้นคงต้องแลกด้วยความตาย พลังของชางไป๋เฮ่อยังคงเหนือกว่าพวกเขาทั้งสี่คน
……
“ไอ้เจ้า…เดรัจฉานนี่…”
ชางไป๋เฮ่อลุกขึ้นยืนอีกครั้ง เร่งพลังขอบเขตปราชญ์ที่อยู่รอบตัว ปราณยุทธ์พัดชุดคลุมสีเทาให้สะบัดกระพือขึ้น เขายกมือขึ้น เรียกกระบองเพลิงโลกันต์ให้มาอยู่ในมืออีกครั้ง แล้วค่อยๆ ย่างเท้าเข้าไปหาหลินมู่อวี่ แล้วยิ้มเยาะเย้ย “หากวันนี้ไม่สังหารเจ้า ข้าชางไป๋เฮ่อจะไม่ขอเป็นคน!”
แต่ทว่าในตอนนี้เอง จู่ๆ ก็มีเสียงแหลมบาดหูดังขึ้น ตามด้วยเสียงที่ลอยมาตามอากาศ “องค์หญิงซี ข้าชวีฉู่มาแล้วพ่ะย่ะค่ะ!”
“ผู้อาวุโสชวีมาแล้ว!” ถังเสี่ยวซีน้ำตาเอ่อคลอ “ท่านทำไมถึงเพิ่งมา…”
ชางไป๋เฮ่อพลันตัวสั่นเทา การมาของชวีฉู่ไม่ใช่เรื่องดีสำหรับเขาอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตาม เขาเพิ่งจะเข้าสู่ขอบเขตปราชญ์ แต่ชวีฉู่นั้นเข้าสู่ขอบเขตปราชญ์มาหลายปีแล้ว หากชวีฉู่มาเห็นสถานการณ์ตรงนี้จะต้องคิดสังหารตนเป็นแน่แท้ จะมัวชักช้าอยู่ที่นี่ไม่ได้แล้ว มิเช่นนั้นตนเองคงต้องจบชีวิตอยู่ที่นี่เป็นแน่
เมื่อคิดถึงตรงนี้ ชางไป๋เฮ่อกรีดร้อง และพุ่งตั