กเขาก็หายสาบสูญกันไปหมด ไม่มีใครรู้ว่าพวกเขาไปที่ใด ลือกันหนาหูว่าพวกเขาทั้งหมดโบยบินขึ้นสู่สวรรค์ ไปอีกด้านหนึ่งของโลกแล้ว”
ฉินอินตรัสไป พระโอษฐ์ก็สั่นเล็กน้อย ก่อนจะแย้มพระโอษฐ์ออกมาด้วยความคาดหวัง “ที่จริงข้าก็รอว่าสักวันข้าจะได้ขึ้นไปสู่สวรรค์บ้าง คงต้องรอลิขิตสวรรค์สินะ!”
แน่นอนว่าหลินมู่อวี่ไม่กล้าบอกว่าฉินอี้ร่างกายแหลกเหลวไปแล้ว ความหวาดหวั่นในจิตใจนั้นกลับรุนแรงยิ่งนัก หรือว่าตั้งแต่เมื่อหลายร้อยปีก่อน ฉินอี้ได้นำพายอดฝีมือแห่งโลกมนุษย์หลายร้อยคนตามไล่สังหารราชันย์เจ็ดประทีป ผลลัพธ์คือตอนที่ตนเองทะลุมิติมา ดันบังเอิญทะลุมายังนรกขุมที่สิบแปด และเห็นเหตุการณ์ที่พวกเขากับราชันย์เจ็ดประทีปสู้กันจนได้รับบาดเจ็บทั้งสองฝ่ายเช่นนั้นหรือ
ขณะที่กำลังมองใบหน้างดงามภายใต้แสงจันทร์ของฉินอิน หลินมู่อวี่ไม่อาจทำใจบอกนางได้ว่า ยอดฝีมือขอบเขตเทวะทั้งหมดนั้นได้ตายไปแล้ว แต่เขากลับยิ้มกว้าง “อือ ข้าก็ใฝ่ฝันที่จะบินไปสวรรค์เช่นกัน”
“คิกๆ ใช่ไหมล่ะ!”
ฉินอินทรงพระสรวลก่อนตรัสขึ้น “เพียงแต่พวกเราต้องมีชีวิตอยู่กับปัจจุบัน สิ่งที่ข้าต้องทำก็คือสืบทอดภาระหน้าที่อันยิ่งใหญ่ของจักรวรรดิ สิ่งที่เจ้าต้องทำก็คือพยายามฝึกยุทธ์ เพื่อเป็นยอดฝีมือผู้ยิ่งใหญ่ปกป้องจักรวรรดิ ใช่หรือไม่เล่า”
“อือ ใช่”
หลังจากกินอาหารเย็นเสร็จ ฝึกพลังกันอีกสักพัก ฉินอินกับถังเสี่ยวซีก็นอนหลับกันไปก่อน ส่วนหลินมู่อวี่กับฉินเหลย